ซูเปอร์โพล เผย ปชช.ส่วนใหญ่ ซื้อของออนไลน์มากที่สุดช่วงโควิด
16 พ.ค. 2563 | nathaorn

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ซื้อของออนไลน์-เดลิเวอรี่มากสุด รองลงมาติดโซเชียลมีเดียมากขึ้น
ข่าว
16 พ.ค. 2563 | nathaorn

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ซื้อของออนไลน์-เดลิเวอรี่มากสุด รองลงมาติดโซเชียลมีเดียมากขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (MixedMethod) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่ และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,255 ตัวอย่างดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 6 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา พบว่า
ประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 33.9 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลา 3 6 เดือน รองลงมาคือร้อยละ 32.2 คาดว่าจะพ้นภัยโควิด-19 ได้ในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน ร้อยละ 21.0 คาดว่ามากกว่า 9 เดือนขึ้นไป และร้อยละ 12.9 คาดว่าอยู่ระหว่าง 6 9 เดือน ตามลำดับ
เมื่อสอบถาม ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.5 ระบุมาตรการห้ามขายเหล้า-เบียร์-ไวน์ ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 22.5 ช่วยได้ค่อนข้างน้อยถึงไม่ช่วยเลย
อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐผ่อนปรนให้ขายเหล้า เบียร์ ไวน์ได้ มาตรการเสริมในทรรศนะของประชาชนคือส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุห้ามดื่มในที่สาธารณะโล่งแจ้ง รองลงมาคือร้อยละ 82.5 ระบุ ฝึกอบรมคนทำผิดให้รับผิดชอบต่อสังคม ร้อยละ 80.5 ระบุเอาคนทำผิดให้ดูแลผู้พิการ เหยื่อเมาแล้วขับ และผู้ได้รับผลกระทบจากการดื่ม ร้อยละ 80.3 ระบุจำกัดเวลาซื้อให้เหลือน้อยลง ร้อยละ 77.4 ระบุบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ร้อยละ 73.0 ระบุจำกัดจำนวนและเวลาซื้อ ร้อยละ 65.1 ระบุห้ามดื่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร้อยละ59.6 ระบุคนขายและบริษัทฯ ต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าคนดื่มทำความผิด ร้อยละ 58.0 คนขายและบริษัทฯต้องร่วมรับผิดชอบ ถ้าขายเหล้า เบียร์ ไวน์ให้คนอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และร้อยละ 49.0 ระบุ ขึ้นภาษีเหล้าเบียร์ ไวน์ขึ้นไปอีก
ที่น่าสนใจคือ จริตใหม่ (New Normal) ของประชาชน หลังผ่านพ้นโควิด-19 ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.2 ระบุ สั่งสินค้า เดลิเวอรี่มากขึ้น รองลงมาคือ ร้อยละ 83.7 พูดคุย ติดโลกโซเชียลมากขึ้น ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร โซเชียลมีเดีย มากขึ้น ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาส่วนรวมมากขึ้น ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่น ดูดีมีสไตล์มากขึ้น ร้อยละ 56.6 คบหาพบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น ร้อยละ 55.2 ท างานจากที่บ้าน (Work from Home)มากขึ้น
ที่น่าพิจารณาคือ ความต้องการของประชาชนให้พัฒนาประเทศไปทางไหน หลังพ้นภัยโควิด-19พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 93.6 ระบุให้ส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานแสงอาทิตย์ ลดมลภาวะ ปัญหาฝุ่นPM 2.5 รองลงมาคือร้อยละ 90.0 ระบุเพิ่มความปลอดภัย ปราบปรามอาชญากรรมด้านเทคโนโลยี ระบบออนไลน์
ร้อยละ 86.5 ระบุ ฟรีสร้างอาชีพ ฟรีอินเทอร์เน็ตไฮสปีด ฟรีพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งภาคเกษตรและอื่น ๆ ร้อยละ 83.7 ระบุเพิ่มความปลอดภัยทางการเงิน ทำธุรกรรมออนไลน์ ร้อยละ 83.2 ระบุเพิ่มสวัสดิการแห่งรัฐ ลดรายจ่าย ให้คนทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ร้อยละ 81.2 ระบุ ส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ทำคนอยู่ชุมชน เดินทางเคลื่อนย้ายน้อยลง ร้อยละ 79.1 ระบุส่งเสริมให้คนใช้เทคโนโลยี ระบบออนไลน์มากขึ้น และร้อยละ 72.9 ระบุส่งเสริมธุรกิจออนไลน์มากขึ้น ตามลำดับ