แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สถานพยาบาลไม่เพียงพอ รวมถึงผู้มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อโรคที่ต้องแยกตัวเพื่อสังเกตอาการ กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องจัดเตรียมโรงแรมหรือสถานที่พัก เพื่อแยกสังเกตอาการผู้มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อโรคไวรัส COVID-19 กรมอนามัยจึงได้จัดทำแนวทางการจัดการอนามัยสิ่งแวดล้อมสำหรับสถานที่พักหรือโรงแรมที่ควบคุมเพื่อแยกสังเกตอาการผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อความสะอาด ปลอดภัยต่อผู้รับบริการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยมีแนวทาง
ดังนี้ 1) แยกห้องนอน ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องกินอาหาร เป็นสัดส่วน โดยมีระบบทำความสะอาดจุดสัมผัสและการจัดการขยะอย่างถูกวิธี 2) มีสถานที่เตรียม ปรุง ประกอบอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะ หรือให้หน่วยงานภายนอกรับไปดำเนินการ ต้องเป็นหน่วยงานที่สามารถดำเนินงานได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 3) จัดบริการน้ำดื่มบรรจุขวดหรือน้ำดื่มในภาชนะปิดสนิทให้เพียงพอ 4) ควรมีโรงซักฟอก ที่สามารถทำความสะอาดผ้าและทำลายเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรณี ให้หน่วยงานภายนอกรับไปดำเนินการ ต้องเป็นหน่วยงานที่สามารถดำเนินงานได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด 5) มีห้องส้วม มีระบบเก็บกักสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักสุขาภิบาลและปลอดภัย 6) มีระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบฆ่าเชื้อโรค ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และติดตั้งอุปกรณ์ฆ่าเชื้อในน้ำทิ้งตรวจคุณภาพน้ำทิ้งตามเกณฑ์ที่กำหนด 7) รวบรวมมูลฝอยทั้งขยะทั่วไปและขยะที่มีการปนเปื้อนสารคัดหลั่งของผู้สังเกตอาการ และ 8) ต้องมีแนวทางและแผนการสร้างความเข้าใจ ความรู้และมาตรการป้องกันด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนรับทราบและไม่เกิดข้อขัดแย้งต่อกัน