จากการสอบถามนายสุทัศน์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. วันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองและครอบครัวนั่งต้มน้ำชมกาแฟกินอยู่หลังบ้าน แล้วจู่ๆ นายคมกริช ลูกชายของนายมิตร ก็เดินมาเตะเพื่อนของลูกชายตนเองจนเกิดการชกต่อยกัน ตนเห็นท่าไม่ดีก็เลยเข้าไปห้ามแต่กลับถูกนายมิตร และพวกถือมีด และขวานมารุมทำร้ายตนเองกับน้องชายบาดเจ็บ จึงพากันวิ่งหลบเข้าไปในบ้านที่มีทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนท้องนั่งอยู่ตกใจวิ่งหนีไปคนละทาง
ส่วนชนวนเหตุก็มาจากกรณีที่นายมิตร ถีบรถจักรยานยนต์ของลูกชายล้ม เพราะเข้าใจว่าลูกชายตัวเองไปจอดรถเฉี่ยวรถกระบะจนเป็นรอย ทั้งที่ยังไม่ได้ถามว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.สตึก จากนั้นวันที่ 7 พ.ค. กลุ่มคู่กรณียังพากันมาที่บ้านอีกรอบลักษณะเหมือนจะมาข่มขืน แต่หลานสาวยกมือถือพยายามถ่ายคลิป จึงไม่กล้าทำอะไร จากเหตุการณ์ดังกล่าวรู้สึกว่าคนในครอบครัวไม่มีความปลอดภัยในชีวิต จึงอยากให้ตำรวจนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว.
.
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านนายมิตร จันทร์เตี้ย ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าพาพวก พร้อมอาวุธ ไปทำร้ายนายสุทัศน์ และลูกชายที่บ้าน ก็เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุตนขับกระบะกลับจากขายปลามาจอดไว้ที่ถนนหน้าบ้านแล้วเข้าไปนอนพักผ่อน พอตื่นขึ้นมาก็เห็นรถจักรยานยนต์ไม่รู้ว่าของใครมาจอดติดกับรถกระบะตนเอง พอมองดูข้างรถกระบะก็เห็นมีรอยขูดสีถลอกจึงคิดว่าเกิดจากรถจยย.มาจอดเฉี่ยว ก็เลยเกิดความโมโหผลักรถ จยย.ล้ม จากนั้นก็ขับรถออกไปข้างนอก