การเข้าไปสู่ภาวะปกติที่เราเคยมี เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันหลังถูกกักมาเป็นเดือน ห้างก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บ้านเราอากาศร้อน การเดินห้างก็รู้สึกผ่อนคลายมาก บ้านเราอาจไม่มีแอร์เปิดได้ตลอดวัน แต่เราอยู่ในภาวะที่ผิดไปจากปกติ การเปิดห้างสิ่งสำคัญคือต้องไม่มีคนมากจนเกินควร ห้างที่จะเปิดเหมือนวันแย่งซื้อเหล้าไม่ได้เลยเด็ดขาด""อันดับแรกจำนวนคน ส่วนตัวผมเองคิดว่าแรกเริ่มเปิดห้างอาจไม่มาก เพราะเคยชินชีวิตเป็นเดือน และมีตัวอย่างให้เห็นอย่างอู่ฮั่น หลังเปิดคนน้อยมาก อีกอย่างก็มาตรการเดิม เมื่อไหร่คุณอยู่ในชุมชนต้องใส่หน้ากากและล้างมือ อันนี้เป็นมาตรการที่สำคัญ"
"และทราบว่ารัฐบาลจะให้เข้าไปเป็นชุดๆ ชุดนึงไม่ควรอยู่นานเกิน 2 ชม. เขาคิดคำนวณมามากแล้ว แต่คงไม่สตริ๊กมาก อย่างคร่าวๆ ห้างที่มีพื้นที่เยอะ ควรเข้ามาชุดนึง 200-250 คน สองชม.ก็มีการประกาศให้ถอยและชุดอื่นมาแทน เจ้าของห้างคงต้องมีระบบและมาตรการ ให้รปภ.ตรวจเช็กดู ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงคิดว่าควรเปิดห้างแบบไหนดีที่สุด"
คนถามว่าถ้ามีคนฝ่าฝืนจะลงโทษเขามั้ย?
"ผมว่าการตักเตือนก็เป็นการลงโทษอย่างหนึ่ง ที่ผ่านมา 3 เดือน ผมพูดเสมอว่าคนไทยเรามีระเบียบวินัย ต้องยอมรับว่าการอยู่ห่าง 1-2 เมตรบางทีทำยาก อย่างคนอยู่ออฟฟิศเดียวกัน พื้นที่ออฟฟิศก็จำกัด จะรักษาระยะยังไง ทุกมาตรการสำคัญที่สุด แต่อะไรสำคัญที่สุดคือหน้ากากและล้างมือ เว้นระยะห่างก็สำคัญแต่อาจไม่ที่สุดเพราะมันทำได้ไม่มาก"
ตลาดนัดคนแน่น คุณหมอแนะนำควรทำยังไง?
"คนแน่นก็พยายามเลี่ยงหน่อย คือกระจายไปทั่่วๆ เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา ผมก็เข้าตลาดสดก็ยังเหมือนเดิม (หัวเราะ) อันที่ยากที่สุดคือรักษาระยะห่าง"
ร้านอาหารจะให้เปิด บางร้านถูกปิดไปแล้วเพราะไม่รักษาระยะห่าง แต่อันนั้นเป็นร้านอาหารโล่งแจ้ง แต่ร้านอาหารที่มีแอร์ กำลังจะให้เปิดวันที่ 17 พ.ค.นี้ แนะนำเจ้าของร้านยังไง?
"การเข้าไปในร้านที่มีคนเยอะๆ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น มากน้อยแค่ไหน เสี่ยงสองทาง ทางแรกคือตัวเอง อีกทางคือแม่ค้าพ่อค้าที่ขายเรา ที่ใกล้ชิดเรา เขาต้องใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ ด้วยเหมือนกัน บวกกับเว้นระยะห่างสองเมตรได้ยิ่งดี แต่จะเห็นว่าบางทีทำได้ยาก"
ร้านเคยเปิดแอร์ เขาปิดแอร์ขายดีมั้ย?
"หลายแห่งจะเห็นว่าเขามีฉากกั้น อยู่กันคนละมุม อันนี้ดีขึ้นเยอะ ผมคิดว่าร้านที่เปิดแอร์คือหนึ่งอย่าพ่นแอร์แรงมาก เก็บความเย็นไว้บ้าง เพียงแต่ให้ลูกค้าสบาย ลูกค้ารีบกินแล้วก็รีบไป"
ภาพที่เป็นข่าวทำให้เราหลายคนตกใจ วันนึงเห็นยามเช้าของรถไฟฟ้าบีทีเอส สยองขึ้นมาทันที จะส่งผลยังไง?
"หลังเปิดวันที่ 3 แล้ว ออฟฟิศหลายแห่งก็เริ่มเปิด ช่างตัดผม ร้านอาหาร ก็เริ่มไปทำงาน สิ่งแรกคือเราลดจำนวนคนได้มั้ย มันไม่ได้ เพราะเขาต้องไปทำงาน ทำมาหากิน เว้นระยะห่าง 2 เมตรเป็นไปไม่ได้ ก็เหลืออย่างที่คุยกัน ว่าหน้ากากสำคัญมาก ประเด็นคือในรถไฟฟ้าที่รถอัดแน่น มีมั้ยที่มีคนเป็นและแพร่เชื้อให้เรา มีข้อมูลในกรุงเทพฯ ไปตรวจค้นเชิงรุก พนักงานรถเมล์ แท็กซี่ ไปรษณีย์ วินมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่ 16 เม.ย. จนถึงสองสามวันที่ผ่านมา ปรากฎว่าเขาทำการตรวจคนแข็งแรงดีหมดเลยนะ 3,580 คน เจอ 1 คน"