นอกจากนี้ ยังพบมีการปล่อยกู้ผ่านอีก 2 แอปพลิเคชัน คือ"แคช มี"และ"เทคมันนี ควิก"ด้วย ซึ่งผู้ต้องหาสัญชาติจีนทั้งหมด ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะรับตัวไปดำเนินคดี และสอบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่นายลี เค่อหยู รับว่าก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจซื้อขายสินค้ากับไทยมาก่อนจึงเห็นช่องทางทำธุรกิจปล่อยเงินกู้และตั้งใจมาประกอบธุรกิจนี้เพราะคิดว่าสามารถทำได้ โดยได้เข้ามาอย่างถูกกฎหมายมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาไม่ได้ฉวยโอกาสที่มีการระบาดโควิด-19 เพื่อมาทำธุรกิจ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดการระบาด
ทั้งนี้ตรวจค้นในบริษัท ยังพบพนักงานชาวจีนอีก1 คน ที่เข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตขณะที่ส่วนใหญ่พบมีพนักงานคนไทยทำงานในบริษัทแห่งนี้ 73 คนแบ่งเป็นกลุ่มผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน , กลุ่มเร่งรัดหนี้สิน และอื่นๆส่วนของกลางที่ตรวจยึดได้ เช่น คอมพิวเตอร์ 82 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือกว่า100 เครื่อง , สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งจะประสานส่งตัวให้ สน.บางขุนเทียน รับไปดำเนินคดีเบื้องต้นอาจจะสอบปากกันเป็นพยานหากให้ความร่วมมือให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบช่องทางดาวน์โหลดแอปพลิเคชันดังกล่าวพบว่ามีผู้ดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่า 1 แสนคน โดยในช่องแสดงความคิดเห็นพูดไปในทำนองเดียวกันว่า มีการคิดดอกเบี้ยแพงมากกว่าผู้ปล่อยกู้รายอื่นๆ เช่นผู้ที่เคยกู้ยืมเงินและได้รับการอนุมัติให้เงิน 2,500 บาท พบว่าเพียง 16 วันเงินที่ต้องชดใช้คืนกลับเพิ่มเป็นกว่า 3,000 บาท ส่วนอีก 2 แอปพลิเคชันพบมีผู้เข้าไปดาวน์โหลดแอปฯ ละกว่า 10,000 คน