เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดโพลล์ "โควิด-19" ทั่วโลกห่วงสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจ

06 พ.ค. 2563 | thunwarat_tha

เปิดโพลล์ "โควิด-19" ทั่วโลกห่วงสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจ

ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อหวังให้เศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนได้อีกครั้ง หลายคนก็อดกังวลไม่ได้ว่า การคลายล็อกดาวน์ตอนนี้อาจเร็วไปหรือไม่ และมีความเสี่ยงขนาดไหนที่โรคโควิด-19 อาจหวนกลับมาระบาดเป็นระลอกสอง ล่าสุดมีการเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนกว่า 13,000 คนใน 11 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ญี่ปุ่น แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐฯ อินเดีย เกาหลีใต้ เม็กซิโก ซาอุฯ และจีน โดย Edelman Trust Barometer ระหว่าง 15-23 เมษายนที่ผ่านมา

การสำรวจนี้ถามประชาชนว่า "เห็นด้วยกับข้อความไหนมากกว่ากัน?" ระหว่าง 2 ตัวเลือกดังต่อไปนี้
ข้อความที่ 1 ภารกิจสำคัญที่สุดของรัฐบาลคือการช่วยชีวิตคนให้มากที่สุดแม้ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลงก็ตาม
ข้อความที่ 2 - รัฐบาลควรมุ่งรักษาระดับการจ้างงานและฟื้นคืนเศรษฐกิจมากกว่าบังคับใช้ทุกมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไวรัส
ผลปรากฏว่า 67% เห็นด้วยกับข้อแรก ขณะที่อีก 33% เห็นด้วยกับข้อที่สอง นั่นคือ ส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลรับมือการระบาดให้อยู่หมัดเพื่อช่วยชีวิตคนก่อน จากนั้นจึงตามด้วยมาตรการด้านเศรษฐกิจในการเยียวยาและกระตุ้นการจ้างงาน


เปิดโพลล์ "โควิด-19" ทั่วโลกห่วงสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจ

หากเราดูผลการสำรวจรายประเทศจะพบว่า ประชาชนเกินกว่าครึ่งหนึ่งในทั้ง 11 ประเทศต่างก็ให้ความสำคัญต่อเรื่องสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจในตอนนี้ โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ญี่ปุ่นคือประเทศที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลเพิ่มความสำคัญในการรับมือการระบาดให้มากกว่านี้ ตรงข้ามกับจีนซึ่งแม้เป็นประเทศแรกที่มีการระบาดวงกว้าง แต่กลับมีสัดส่วนตัวเลขต่ำที่สุด (แต่ก็เกิน 50%) ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นประชาชนจำนวนไม่น้อยออกมาประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐ ปรากฏว่าคนอเมริกันถึง 66% ก็ยังคงอยากให้รัฐให้ความสำคัญกับการควบคุมการระบาดมากกว่าเศรษฐกิจอยู่ดี
ผลสำรวจนี้หมายความว่าอย่างไร? เป็นไปได้ว่า ประเทศไหนที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าตอบสนองต่อการระบาดช้าหรือน้อยเกินไป ตัวเลขประชาชนที่อยากให้รัฐบาลเพิ่มความพยายามด้านการช่วยชีวิตคนก็จะยิ่งสูงกว่าโดยเปรียบเทียบ เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ เป็นต้น ขณะที่จีนรวมทั้งเกาหลีใต้เป็นประเทศที่รัฐบาลบังคับใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดตั้งแต่เนิ่นๆ มานานหลายเดือนแล้ว จนทำให้ตอนที่มีการสำรวจความเห็น คือช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน สถานการณ์การระบาดในประเทศก็ดูจะเอาอยู่แล้ว และทำให้ประชาชนอาจมองว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องมากขึ้น
เพราะฉะนั้นข้อจำกัดของการสำรวจนี้ก็คือ แม้การทำแบบสอบถามเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สถานการณ์การระบาดในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน คือตอนปลายเดือนเมษายน การระบาดบางประเทศยังเป็นขาขึ้นขณะที่บางประเทศเลยจุดพีคไปแล้ว ปัจจัยนี้จึงอาจมีผลต่อความเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามได้
ขณะเดียวกันเมื่อพูดถึงเรื่องผลกระทบด้านเศรษฐกิจแล้วยังพบด้วยว่า ประชาชน 67% เชื่อว่า คนที่มีการศึกษาน้อยกว่าและฐานะยากจนกว่าจะได้รับผลกระทบหนักกว่าทั้งทางการเงินและความเสี่ยงเจ็บไข้ได้ป่วยในช่วงวิกฤต และราวครึ่งหนึ่งกลัวว่าตัวเองจะตกงานและต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถหางานใหม่ได้

เปิดโพลล์ "โควิด-19" ทั่วโลกห่วงสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจ

แต่ไม่ว่าประชาชนจะอยากให้รัฐให้ความสำคัญกับสุขภาพหรือเศรษฐกิจก็ตาม อีกหนึ่งคำถามสำคัญก็คือ แล้วตอนนี้ประชาชนเชื่อมั่นและพอใจในการทำงานของรัฐบาลประเทศตัวเองแค่ไหน? โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตแบบนี้

เปิดโพลล์ "โควิด-19" ทั่วโลกห่วงสุขภาพมากกว่าเศรษฐกิจ

ปรากฏว่า คะแนนความเชื่อมั่นเฉลี่ยจากทั้ง 11 ประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนมกราคมถึง 11 จุด มาอยู่ที่ 65% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ โดยหากดูรายประเทศจะพบว่า จีนเป็นประเทศที่ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาลมากที่สุดถึง 95% (+5 จุด) ขณะที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวซึ่งสวนทางกับประเทศอื่นๆ โดยประชาชนไว้วางใจรัฐบาลน้อยลงเหลือแค่ 38% เท่านั้น (-5 จุด) นอกจากนี้ยังมีถึง 6 ประเทศที่คะแนนความเชื่อมั่นรัฐบาลปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นเลข 2 หลัก คือมากกว่า 10 จุดขึ้นไป โดยเฉพาะอังกฤษที่พุ่งขึ้นถึง 24 จุด
แต่ต้องไม่ลืมด้วยว่า แม้แนวโน้มความเชื่อมั่นรัฐบาลแทบทุกประเทศเป็นขาขึ้น แต่หลายประเทศขนาดปรับขึ้นมาแล้วก็ยังต่ำจนยังคงอยู่ในระดับ "ไม่เชื่อมั่น" เช่น สหรัฐฯ เดิมอยู่ที่ 39% ขึ้นมา 9 จุดเป็น 48% ซึ่งถือว่าอยู่ในข่าย "ไม่เชื่อมั่น" หรือฝรั่งเศสที่เพิ่มขึ้นถึง 13 จุด แต่ความเชื่อมั่นก็ยังอยู่ที่ 48% เท่านั้น และคำว่ารัฐบาลในที่นี้มีความหมายรวมไปถึงหน่วยงานและบุคลากรด้านสาธารณสุขที่เป็นแนวหน้ารับมือการระบาดด้วย ไม่ใช่แค่ตัวผู้นำประเทศเท่านั้น
ผู้บริหารของบริษัทที่ทำแบบสำรวจนี้บอกว่า ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ประชาชนได้หันมาตั้งความหวังในรัฐบาลมากขึ้น เพราะฉะนั้น ตอนนี้จึงถือเป็นโอกาสที่รัฐบาลของแต่ละประเทศจะได้โชว์ภาวะผู้นำ แสดงบทบาทอย่างเต็มที่ในการเป็นศูนย์กลางร่วมมือกับทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อกอบกู้สถานการณ์ ควบคุมการระบาด และฟื้นคืนเศรษฐกิจให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ให้สมกับที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ

ข่าวล่าสุด