กรณีพบชายอายุ45ปี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เมื่อวันที่30เม.ย.63ที่ผ่านมา โดยเข้าพักนอนรักษาตัวที่ชั้น8ซึ่งเป็นห้องพิเศษเดี่ยว ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ51พรรษา สยามบรมราชกุมารี ต่อมาได้ขอย้ายไปนอนพักรักษาตัวที่ชั้น6ซึ่งเป็นห้องพิเศษเดี่ยวเช่นกัน ของอาคารเดียวกัน เนื่องจากมีราคาถูกกว่า จนกระทั่งมีอาการปอดเริ่มอักเสบ เจ้าหน้าที่จึงได้ย้ายไปรักษาตัวที่ห้อง ไอ.ซี.ยู. เพื่อเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งได้นำสารคัดหลั่งของผู้ป่วยไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ
ซึ่งผลออกมายืนยันว่ามีอาการปอดอักเสบเนื่องจากติดเชื้อไวรัสโควิด19โดยที่ผู้ป่วยขณะเดินทางเข้าทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ทั้งไปยังศาสนพิธีในต่างประเทศ และไปยังที่ชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในพื้นที่ อ.แว้ง โดยล่าสุดผู้ป่วยรายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส
นายแพทย์อินทร์ จันแดง ผอ.โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ว่า แม้ว่าเราจะพบผู้ป่วยโควิด19มานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก แต่เมื่อเราทราบผลยืนยันจากการส่งสารคัดหลั่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ เราก็ได้ส่งผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสนาม และได้ทำความสะอาดห้องพักที่ผู้ป่วยเคยไปนอนรักษาตัว ด้วยการฉีดยาฆ่าเชื้อทุกซอกทุกมุม ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการ