ซึ่งหลังจากนั้นทางตำรวจได้ทำบันทึก เพื่อเตรียมจะนำตัวทั้ง3คน ส่งโรงพยาบาลใน วันที่4พฤษภาคม และได้นำตัวทั้ง3คน ไว้ในห้องควบคุมตัวด้านหลัง ซึ่งมีห้องขัง3ห้อง แยกให้อยู่คนละห้อง จนเมื่อเวลา22.10น. ได้รับแจ้งจากสิบเวรว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง3คน ได้หลบหนีออกจากห้องขังที่ใช้ควบคุมตัว โดย นายศรนรินทร์ ซึ่งถูกควบคุมอยู่ในห้องที่2พังห้องควบคุมออกมา และได้ปล่อย นายอนุสรณ์ และ นายนิคม ออกมาด้วย หลังจากฉวยโอกาสที่ตำรวจเผลอ
ทั้ง3คน ได้พากันวิ่งออกมา ไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ตรงข้ามโรงพักประมาณ20เมตร แต่ได้วิ่งกลับมาที่หน้าโรงพัก ที่มีรถยนต์ตราโล่ โตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์1ฒอ2998กรุงเทพมหานคร ที่เป็นรถร้อยเวรคดีอาญาและจราจร สำหรับออกไปตรวจที่เกิดเหตุ ที่จอดหันหน้าออกหลบหนีไป ทางตำรวจได้ขึ้นวิทยุแจ้งสกัดจับตามเส้นทางกลับบ้านของทั้ง3คนแต่ไม่พบตัว
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในโรงพัก พบว่าขณะที่สิบเวรออกไปล้างจานที่ห้องครัว ส่วนตำรวจพลขับนอนอยู่ในห้องพนักงานสอบสวน นายศรนรินทร์ เป็นคนปีนขึ้นไปเขย่าและกระทืบกรงเหล็กห้องขัง จนกรงเหล็กพังลงมา ก่อนปีนออกมา เปิดห้องขังให้เพื่อนหลบหนีออกมาด้วย โดย นายศรนรินทร์ เป็นผู้เปิดประตูรถยนต์ตราโล่ ที่จอดอยู่หน้าโรงพัก ไม่ได้ล็อคประตู และเอากุญแจรถยนต์ที่วางอยู่บนเบาะรถ ติดเครื่องขับหลบหนีไปกับนายนิคม ส่วนนายอนุสรณ์ ไม่ไปด้วย เดินออกจากโรงพักหายไป