เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อประชุมติดตามการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และและแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดน พร้อม ติดตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา และปาล์น้ำมัน ในกรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐ (บัตรสีชมพู) ณ ห้องประชุมศรียะลา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดยะลา โดยมีนายขัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา รองผู้ว่าฯ เลขาธิการศอ.บต. และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดยะลาเข้าร่วมประชุม และรายงานถึงผลการดำเนินงานฯ
ในที่ประชุมฯ รมช.มท.กล่าวว่า การดำเนินตามแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดนนั้น จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดศูนย์กลางในการบูรณาการแผนของกลุ่มจังหวัดและภาคฯ ซึ่งขณะนี้ในส่วนของการเบิกจ่ายเงินของกลุ่มจังหวัดนั้น เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาสำนักงบประมาณได้แจ้งว่า มีการเบิกจ่ายงบประมาณในกลุ่มจังหวัดเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และต้องยอมรับว่าตั้งแต่การเบิกงบประมาณออกมามีความล่าช้า และเมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้างตามมา จึงก่อให้เกิดความล่าข้า ดังนั้นโครงการไหนที่มีการเร่งรัด ก็ขอให้ทางจังหวัดช่วยเร่งรัดในการเบิกจ่ายงบประมาณให้เสร็จโดยเร็ว รวมถึงต้องการให้เกิดการบูรณาการที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน เหมือนกับคราวที่ได้มีการประชุมที่ผ่านมาที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อสร้างความชัดเจนในเรื่องการสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงอยากให้มีการบรรจุแผนในการพัฒนาภาคใต้ชายแดนในงบประมาณให้ได้สัดส่วนที่มากที่สุด
ซึ่งในส่วนของงบประมาณรายจ่ายต่างๆก็ดี งบบูรณาการกลุ่มจังหวัด มีอะไรที่แนะนำไปสู่การแก้ไขปลี่ยนแปลงก็ขอให้ทางจังหวัดนำเสนอมาได้ โดยเฉพาะกับโครงการที่เป็นงบประมาณในการลงทุน อยากให้ดำเนินการไปตามแผนพัฒนาจังหวัดก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ส่วนกรณีของงบประมาณที่เหลือจ่าย การโอนเปลี่ยนแปลงก็ขอให้เน้นไปที่การสร้างงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มีการเตรียมในเรื่องจองและกันงบประมาณ ในส่วนของการจ้างงานในพื้นที่ โดยในปี 2563 ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้จัดเตรียมงบประมาณที่มีอยู่ราว 3,000 ล้านบาทในการจ้างงานให้แก่ประชาชนในพื้นที่แล้ว สำหรับโครงการที่ต้องการให้มีการสนับสนุนคือโครงการในด้านสาธารณสุข และโครงการในส่วนของภัยพิบัติภัยแล้ง หรืออุทกภัย พร้อมทั้งต้องการให้มีการประสานงานแบบบูรณาการในพื้นที่ ให้มีการพูดคุยกับทางสภาพัฒน์ฯในการที่จะให้ศอ.บต.เข้าร่วมในการทำงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงคณะอนุกรรมการต่อไป ส่วนประเด็นในเรื่องของงบประมาณรายละเอียดการปรับปรุงในปีงบประมาณ 2564 น่าจะมีการขยายเพราะมีการปรับปรุงงบประมาณ เนื่องจากมีการนำไปใช้ในส่วนของโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามงบประมาณในปีนี้ก็ไม่น่าจะล่าช้ากว่าปีที่แล้ว ดังนั้นจึง ขอฝากในเรื่องของโครงการซึ่งต้องมีการทำให้ถูกต้อง มีแบบแผน ในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป
ในเรื่องของการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันนั้น กระทรวงพาณิชย์มีการประสานให้กระทรวงมหาดไทยเข้ามาช่วยตรวจสอบการขึ้นทะเบียน เพื่อประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ทั้งที่ทำกินในที่ดินตนเอง และทำกินในที่ดินของรัฐ ซึ่งเราเรียกว่าบัตรมีชมพูและบัตรสีเขียวว่ามีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร ที่ทำให้เกษตรกรยังไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ทั้งหมด ซึ่งทางจังหวัดยะลาเองก็ได้รับไปดำเนินการให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่รัฐบาลจะดูแลเกษตรกรล้านครัวเรือน ตามบัญชีที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตร