เนชั่นทีวี

ข่าว

ปิดหมู่บ้านค้นโจรใต้ หลังปะทะเดือดปลิดชีพ3ศพประวัติโชกโชน

01 พ.ค. 2563 | Sarut

ปิดหมู่บ้านค้นโจรใต้ หลังปะทะเดือดปลิดชีพ3ศพประวัติโชกโชน

ปัตตานี-จากกรณีกองกำลังร่วม3ฝ่ายนำโดย พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกรมทหารพรานที่43นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านต้องสงสัยไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.6บ้านปะกาลือสง ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังสืบทราบมาว่ามีแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการณ์ เข้ามาเคลื่อนไหวและอาศัยในบ้านดังกล่าวเป็นที่หลบซ่อนตัว และระหว่างที่เจ้าหน้าที่ปิดล้อมพร้อมกับเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัว ปรากฏคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น จึงเป็นเหตุให้คนร้านเสียชีวิต3ราย ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ1นาย นั้นเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่30เมย.ที่ผ่านมา

สำหรับความคืบหน้า วันที่1พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เข้าตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุ เมื่อเวลา08.00น. ปรากฏว่าเส้นทางภายในหมู่บ้านมีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดสกัดหลายจุด รวมไปถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้ปิดกั้นห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป รวมไปถึงสื่อมวลชน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่า ผู้บังคับบัญชาสั่ง เนื่องจากจะต้องเข้าไปตรวจสอบและหาวัตถุพยานเพิ่มเติมภายหลังจากเหตุปะทะ
โดยช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ฉก.ทพ.43พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิดเข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบและบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อเก็บรวบรวมวัตถุพยานรวมไปถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพราะเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลอื่นนอกเหนือจากผู้เสียชีวิต3คนอยู่หรือเคยมาบ้านหลังนี้ก่อนที่จะเกิดเหตุปะทะ สำหรับการตรวจค้นภายในบ้าน พบเป้สนาม จำนวน3ใบ ภายในบรรจุอุปกรณ์ยังชีพและพบปลอกกระสุนต่าง ๆ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ

พล.ต.ต.จีรวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่ามีบุคคลต้องสงสัยพร้อมอาวุธเข้าหลบซ่อนตัวในบ้านหลังเกิดเหตุ จึงได้ระดมกำลังปิดล้อมเพื่อตรวจสอบ แต่ระหว่างปิดล้อมก็ถูกคนร้ายที่หลบในบ้านใช้อาวุธปืนยิงใส่ทำให้ตำรวจชุดสืบสวน จ.ปัตตานีถูกยิงบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงประสานไปยังผู้นำท้องที่ให้มาช่วยเจรจาเพื่อให้คนร้ายออกมามอบตัว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากคนในบ้าน ก่อนที่คนร้ายได้เปิดฉากยิงอย่างหนักใส่เจ้าหน้าที่หวังเปิดเส้นทางหลบหนีก่อนที่คนร้ายจะกระโดดออกมาจากบ้าน กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตในระหว่างปะทะ3ราย

จากการตรวจสอบทั้ง3คนเป็นบุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญา ในคดีความมั่นคงหลายหมาย ประกอบด้วย1.นายยูโซ๊ะ แมะตีเมาะ อายุ33ปีบุคคลตามหมาย ป.วิอาญา7หมาย ที่สำคัญจากเหตุระเบิด7จังหวัดภาคใต้ตอนบน เมื่อ11ส.ค.59และ ระเบิด จนท.ทหารพราน ร้อย.ทพ.4303บาดเจ็บ6นาย ที่ ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อ10ม.ค.60และพบ ปืนลูกซองอยู่ข้างศพ2.นายมะตามีซี สาอิ บุคคลตาม อายุ32ปี มีหมาย ป.วิอาญา2หมาย จากเหตุปล้นรถตู้ที่ อ.หนองจิก แล้วนำไปปล้นร้านทองสุธาดา อ.นาทวี จ.สงขลา กวาดทองรูปพรรณไปล็อตใหญ่ มูลค่า85ล้านบาท

เมื่อ27ส.ค.62ข้างศพพบอาวุธปืนอาก้า 3.นายอับดุลอาซิ ปากียา อายุ39ปี มีหมายจับ ป.วิอาญา1หมาย จากเหตุระเบิดห้างบิ๊กซีปัตตานี เมื่อ9พ.ค.60ข้างศพพบ อาวุธปืนขนาด .38ซึ่งบุคคลทั้งสามอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลายเหตุการณ์และอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน โดยเฉพาะเหตุโจมตีจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกอแลปิ ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต4นาย เจ็บ2นาย เกิดเมื่อวันที่24กค.2562ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง3รายหลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพแล้วก็ได้มอบศพให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวอีกว่า ภายหลังเหตุปะทะ เช้าวันนี้ก็ได้เข้าตรวจค้นบ้านและพื้นที่โดยรอบอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานและสิ่งที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้พบเป้สนาม3ใบภายในบ้านและหลักฐานอื่น ๆ จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ได้ทำการสอบปากคำพยานซึ่งได้จ้อมูลว่า บุคคลทั้งสองเข้ามาในพื้นที่เมื่อช่วงเที่ยงวันเกิดเหตุ และได้เข้าไปพักอาศัยในบ้านดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านไม่มีเลขที่ มีเพียงชายชรา วัย80ปีอาศัยเพียงลำพัง ซึ่งก็ได้เชิญตัวเข้าศูนย์ซักถามแล้วเพื่อดำเนินกรรมวิธีสอบสวน รวมไปถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ก็จะมีการซักถามข้อมูลเพื่อที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดียอมรับว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง3คนถือเป็นบุคคลที่ทางฝ่ายรัฐต้องการจับตัวมากที่สุดเพราะเป็นก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่อย่างโชกโชน และเมื่อรู้แหล่งพักพิงจึงได้เข้าปิดล้อมหวังจะเจรจายอมมอบตัว แต่กลับต่อสู้จนเป็นเหตุให้ถูกวิสามัญเสียชีวิต ต้องขอแสดงความเสียใจต่อบุคคลของทั้ง3รายด้วย

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยนั้น กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้า ได้แจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอให้เฝ้าระวังป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ทั้ง3จังหวัด ให้แจ้งจุดตรวจจุดสกัดวางมาตราตรวจเข้มทั้งพาหนะทั้งบุคคลที่เข้าออกพื้นที่ แจ้งชุดคุ้มครองตำบล ให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการ และจัดระบบการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงละศีลอด และขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาสังเกตสิ่งผิดปกติและบุคคลแปลกหน้า หากพบให้รีบเจ้าหน้าที่เพื่อเร่งเข้าตรวจสอบทันที


ข่าวล่าสุด