เนชั่นทีวี

ข่าว

รองรมต.จีนโต้สหรัฐฯ ปมปกปิดข้อมูลโควิด-19

30 เม.ย. 2563 | apirak_pra

รองรมต.จีนโต้สหรัฐฯ ปมปกปิดข้อมูลโควิด-19

เล่ออวี้เฉิง รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีถูกกล่าวหาว่าจีนปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ย้ำควรฟัง 'ผู้เชี่ยวชาญ' มากกว่า 'นักการเมือง' พร้อมระบุ จีนไม่ใช่ศัตรู หากคือมิตรของสหรัฐฯในการต่อสู้กับโควิด-19

สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เล่ออวี้เฉิง รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี (NBC) ของสหรัฐอเมริกา โดยได้ตอบข้อสงสัยจากสังคมภายนอกที่กล่าวอ้างว่าจีนปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)
เล่อกล่าวว่าเบื้องหลังข้อมูลตัวเลขต่างๆ ของจีน ล้วนเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง จึงไม่อาจปกปิดได้ไม่ว่าทางใดก็ตาม ในทางตรงกันข้าม มีบางประเทศที่ระบุว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ การทำเช่นนี้ต่างหากที่เป็นการปกปิดที่แท้จริง
เขากล่าวว่าปัจจุบัน จีนกำลังกลับมาเริ่มต้นทำงานและดำเนินการผลิตในทุกด้าน เมืองอู่ฮั่นยกเลิกปิดเมืองแล้ว หากตัวเลขไม่เป็นจริง เราจะกล้าทำเช่นนี้หรือ การปรับแก้ข้อมูลตัวเลขของเราสะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติสากลที่ยอมรับโดยทั่วไป และก่อนหน้านี้ไม่นานนิวยอร์กก็มีการปรับแก้ยอดผู้ติดเชื้อในท้องถิ่นเช่นเดียวกัน
การตั้งข้อสงสัยต่อยอดผู้ป่วยยืนยันผลและยอดเสียชีวิตในประเทศจีนนั้นนับเป็นการกระทำที่ไม่เคารพต่อประชาชนชาวจีนกว่า 1.4 พันล้านคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อีกหลายล้านคน ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเรารับมือปัญหาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสะท้อนถึง "ประสบการณ์ของจีน" มากกว่าจะเป็น "การปกปิดของจีน"

นอกจากนี้ เล่อยังระบุว่าจีนขอคัดค้านการสอบสวนระหว่างประเทศที่สันนิษฐานความผิดจีนไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงการสอบสวนที่หวังผลทางการเมืองและใส่ร้ายป้ายสีจีน
เขากล่าวว่าสำหรับการสอบสวนระหว่างประเทศนั้น จีนจริงใจและเปิดกว้างเสมอ ทั้งยังพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนการวิจัยระหว่างนักวิทยาศาสตร์ รวมถึงสรุปประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับ แต่สิ่งที่จีนไม่เห็นด้วยก็คือการกล่าวหาจีนโดยไม่มีหลักฐาน ตั้งข้อสันนิษฐานความผิดล่วงหน้า แล้วค่อยสร้างหลักฐานผ่านสิ่งที่เรียกว่าการสอบสวนระหว่างประเทศ
เล่อย้ำว่า "เราจำเป็นต้องฟังผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่นักการเมือง เราควรเคารพในวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด"

รองรมต.จีนโต้สหรัฐฯ ปมปกปิดข้อมูลโควิด-19


รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนยังกล่าวต่อไปอีกว่า จีนไม่ใช่ผู้ที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 โรคระบาดเป็นภัยธรรมชาติ ซึ่งจีนเองก็เป็นเหยื่อของไวรัสเช่นกัน มิใช่ผู้ร่วมสมคบคิดในการก่อไวรัส การกล่าวโทษจีนและให้จีนรับผิดชอบในเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องชวนหัวทางการเมืองที่ไร้สาระโดยแท้
เขาให้เหตุผลว่า ประการแรก 'ไม่ชอบด้วยกฎหมาย' เล่อกล่าวว่าไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศใดที่สนับสนุนให้ประเทศที่รายงานพบการระบาดครั้งแรกต้องเป็นประเทศที่รับผิดชอบ ทั้งยังไม่เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ประการที่สอง 'ไม่สมเหตุสมเหตุผล' ประเทศจีนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระยะแรก สูญเสียและเสียสละอย่างมหาศาลเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค จีนได้ซื้อเวลาสำหรับการต่อต้านการระบาดในทั่วโลก จึงควรได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมมากกว่าถูกตำหนิติเตียน

ในเมื่อการเรียกร้องให้จีนชดเชยนั้นไม่ชอบด้วยข้อกฎหมายและไร้ซึ่งเหตุผล การทำเช่นนั้นจึงไม่ต่างอะไรกับการกรรโชกและบังคับขู่เข็ญ และเป็นเพียงความพยายามปัดความรับผิดชอบในความไร้ประสิทธิภาพด้านการรับมือกับโรคระบาดของตนมาให้จีน กลอุบาย "ป้ายความผิด" เช่นนี้ไม่มีน้ำหนัก และไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จ
เล่อกล่าวว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ทำหน้าที่ได้ดี มีความเป็นมืออาชีพ ทำงานอย่างเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพโดยไม่ได้มุ่งเน้นที่ประเทศใดเป็นศูนย์กลาง แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและชีวิตของผู้คนในทั่วโลก การระงับให้เงินทุนแก่องค์การอนามัยโลกของสหรัฐฯ จึงเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล ในช่วงเวลาสำคัญของสงครามต่อต้านการแพร่ระบาดในปัจจุบัน สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับโรคระบาดมากกว่าเล็งเป้าโจมตีไปที่องค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นองค์กรผู้ประสานงานด้านการต่อสู้โรคระบาดระหว่างประเทศ การกระทำเช่นนั้นแสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้วรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับชาวโลก
รองรัฐมนตรียังกล่าวว่าในช่วงเวลาสำคัญของการต่อต้านการแพร่ระบาด จีนและสหรัฐฯ ควรระงับข้อพิพาทและความเห็นต่าง และทำงานร่วมกันเพื่อจัดการกับ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นศัตรูร่วมของทั้งคู่ ขณะนี้นักการเมืองบางคนได้นำเรื่องไวรัสมาโยงกับประเด็นทางการเมืองอย่างใหญ่โต ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น
ในภาวะโรคระบาดเช่นนี้ ชาวอเมริกันควรตระหนักว่าภัยคุกคามที่แท้จริงต่อชีวิตของพวกเขาคือไวรัส หาใช่ประเทศจีน จีนคือมิตรสหายและหุ้นส่วนของสหรัฐฯ ในการต่อสู้กับโรคระบาด สหรัฐฯ ไม่ควรเห็นมิตรเป็นศัตรู ณ เวลานี้ เราควรสมัครสมานในการต่อสู้กับโรคระบาดและเอาชนะอุปสรรคทั้งปวง แทนที่จะกล่าวหากัน และดึงการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะมีเพียงการร่วมมือร่วมใจกันเท่านั้นที่จะนำเราไปสู่ชัยชนะร่วมกัน และสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้

ข่าวล่าสุด