บรรยากาศในสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย สาขาใหญ่ ที่
บ้านนกเหาะ ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งถือได้ว่าเป็นสหกรณ์การเกษตรภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดระดับชาติ มีสมาชิกเครือข่ายของสหกรณ์ที่เป็นชาวนา ทั้งจากจังหวัดร้อยเอ็ด และอำเภอข้างเคียง ที่อยู่รอยต่อระหว่างจังหวัดคือจังหวัดสุรินทร์ กว่า9,000ครัวเรือน ที่มีผลผลิตมหาศาลในการผลิตข้าวเปลือกคุณภาพ ป้อน
โรงสีสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัยสาขาบ้านนกเหาะ ตำบลดงครั่งใหญ่ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ดเองจนเป็นที่ยอมรับ มีลูกค้าเป็นเครือข่าย สหกรณ์ที่แลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันกว่า50เครือข่าย ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ที่เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน
และนับเป็นสหกรณ์การเกษตรและโรงสีข้าว ที่มีความคึกคักจากมวลสมาชิก และจากประชาชนทั่วไป ให้ความเชื่อมั่นนำเข้ามาขายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันมีการปรับตัวตนเข้าสู่ บรรยากาศ ของความเงียบเชียบ ด้วยพิษสงแห่งโรคไวรัสโคโรนา2019
ด้วยการปิดการรับซื้อ -ปิดการขาย จากสมาชิกและเครือข่าย เป็นการชั่วคราว มากว่า1เดือน แต่การปิดตัวดังกล่าว นางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์ฯ เผยว่าไม่ได้หมายรวมว่าโรงสีสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัยจะหยุดตามไปด้วยและจำเป็นต้องมีการสีข้าวเพื่อผลิตส่งขายให้กับสมาชิกเกือบหมื่นครัวเรือนในยามจำเป็น และเครือข่ายสาขาในจังหวัด และรวมไปถึง สหกรณ์คู่ค้า กว่า50สหกรณ์ทั่วประเทศ ตามลงไปด้วยเพราะสหกรณ์มีหน้าที่ ต้องผลิต ซึ่งหยุดไม่ได้ โดยต้องผลิตข้าวป้อนครอบครัวมวลสมาชิก ทั้งสิ้นกว่า9พัน ครัวเรือน และเครือข่าย50สหกรณ์ทั่วประเทศตามปกติ แม้จะอยู่ในสภาวะวิกฤติโควิด-19ก็ตาม
แต่ก็ยังต้องสีข้าวตามปกติจำนวน120ตันข้าวเปลือก/วัน และได้ข้าวสาร วันละ90ตันเพื่อการผลิตข้าวถุงและบรรจุกระสอบส่งสมาชิกไม่ให้ขาดช่วง ด้วยการลงทุนอีกกว่า2แสนบาท ในการติดตั้งอุปกรณ์การคัดกรองป้องกันโรค ของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายผลิตทุกคน ให้ปลอดภัย ด้วยการห้ามคนนอกเข้าเด็ดขาด และคนที่จะเข้าทุกคน จะต้องผ่านขั้นตอนการทำความสะอาดตามข้อกำหนด ต้อง ล้างมือ ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ และต้องผ่านเข้าสู่ฝ่ายผลิต ด้วยการผ่านAuto Ciening Boxตู้พ่นฆ่าเชื้อ ที่ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อประสิทธิ์ภาพสูง ฆ่าเชื้อไวรัส ป้องกันเชื้อก่อนเข้าสู่โรงงานผลิตทุกคน