เนชั่นทีวี

ข่าว

"คิม จอง-อึน" หนีโควิด-19 ปิดข่าวการระบาด?

29 เม.ย. 2563 | thunwarat_tha

"คิม จอง-อึน" หนีโควิด-19 ปิดข่าวการระบาด?

เป็นเวลาเกือบ 3 สัปดาห์แล้วที่โลกตั้งคำถามว่า คิม จอง-อึน หายไปไหนและเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ โดยขณะนี้รัฐบาลเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เห็นตรงกันว่า จริงๆ แล้ว คิม จอง-อึน คงไม่ได้ป่วยหนักจนมีอาการร่อแร่อย่างมีที่รายงานข่าวออกมาก่อนหน้านี้ แต่คิมอาจหนีออกจากกรุงเปียงยางไป WFH ทำงานจากที่บ้านพักตากอากาศสุดหรูในเมืองวอนซานเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 เพราะเมื่อดูจากรูปร่างและพฤติกรรมของผู้นำเกาหลีเหนือแล้ว แน่นอนว่าเขาคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีอาการหนักหากเกิดติดเชื้อไวรัสขึ้นมา

แต่คำถามก็คือ แล้วทำไมคิม จอง-อึนต้องหนีโควิด-19 ออกจากเมืองหลวง ในเมื่อจนถึงวินาทีนี้ เกาหลีเหนือยังคงยืนยันว่าไม่มีผู้ติดเชื้อเลยแม้แต่คนเดียว แต่ในขณะเดียวกันคำกล่าวอ้างของรัฐบาลเปียงยางก็ถูกตั้งคำถามเช่นกันว่าเป็นไปได้จริงหรือไม่โดยเฉพาะเมื่อเรามาดูสถานการณ์ในประเทศที่มีพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือ 3 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และรัสเซีย
อย่างที่ทราบกันดีว่าจีนเป็นประเทศแรกที่พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในวงกว้าง โดยปัจจุบันจีนมีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า8 หมื่นคนและจีนกับเกาหลีเหนือก็มีพรมแดนติดกันเป็นแนวยาวกว่า 1,400 กิโลเมตรขณะที่เกาหลีใต้มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 1 หมื่นคนส่วนรัสเซียล่าสุดผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งทะยานไปกว่า 9 หมื่นคนแซงหน้าจีนไปแล้ว แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่เกาหลีเหนือจะมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ในเมื่อประเทศต่างๆ ที่อยู่รายล้อมซึ่งเป็นประเทศที่มีทั้งความมั่งคั่งมากกว่าและมีระบบสาธารณสุขที่ดีกว่ายังเจอกับผู้ติดเชื้อหลักหมื่นคน
เกาหลีเหนืออ้างว่าสาเหตุที่ผู้ติดเชื้อในประเทศเป็นศูนย์นั้นมาจากมาตรการอันเข้มงวดของรัฐบาลที่ออกมาตั้งแต่เนิ่นๆเริ่มตั้งแต่การปิดพรมแดนและแบนนักท่องเที่ยว เกาหลีเหนือเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆของโลกที่ระงับเที่ยวบินไปกลับจากจีนตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ก่อนที่เมืองอู่ฮั่นจะถูกล็อกดาวน์ด้วยซ้ำตามมาด้วยการปิดพรมแดนทั้งหมด ห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ และกักตัวพลเมืองทุกคนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ


พูดถึงการกักตัวแล้ว ปกติประเทศส่วนใหญ่มักจะมีมาตรการให้กักตัวเพื่อสังเกตอาการประมาณ14 วันแต่สำหรับเกาหลีเหนือ มาตรการกักตัวมีระยะเวลายาวนานถึง 30 วัน(1 เดือนเต็ม) โดยจนถึงปัจจุบันมีคนที่ถูกกักตัวแล้วอย่างน้อย25,000 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติที่รวมถึงนักการทูตเกือบ400 คน
เมื่อมีการกักตัวแล้วอีกมาตรการที่ขาดไม่ได้ก็คือการทดสอบหาเชื้อไวรัสในกลุ่มต้องสงสัยเกาหลีเหนืออ้างว่าตอนนี้ได้ทดสอบไปแล้ว 740 คน แต่ผลที่ออกมาเป็นลบทั้งหมด
ขณะเดียวกันสื่อของทางการก็เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันในหมู่ประชาชนทำให้ตอนนี้ชาวเกาหลีเหนือแทบทุกคนต่างก็สวมหน้ากากอนามัยกันเป็นเรื่องปกติขณะที่งานเลี้ยง งานเฉลิมฉลอง การสวนสนามต่างๆ ที่ปกติต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ปรากฎว่าตั้งแต่ต้นปีนี้หลายงานได้ถูกยกเลิกหรือไม่ก็ถูกลดขนาดลง
และล่าสุดด้วยความที่สถานการณ์การระบาดทั่วโลกยังไม่น่าไว้วางใจทำให้รัฐบาลเกาหลีเหนือตัดสินใจต่ออายุมาตรการฉุกเฉินอันเข้มงวดเหล่านี้ออกไปจนถึงสิ้นปีนี้แล้วในทางกลับกันฝ่ายที่ไม่เชื่อว่าเกาหลีเหนือไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯที่พูดชัดเจนว่าเป็นไปไม่ได้แน่นอน เขาก็มีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายประการเช่นกัน
อันดับแรกก็คือเกาหลีเหนือมักเลือกปกปิดข้อมูลหรือข่าวสารที่ส่งผลในแง่ลบต่อรัฐบาลหรือตัวผู้นำเป็นประจำอยู่แล้วขณะที่สื่อก็มีแต่สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาล ยากต่อการตรวจสอบ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจริงๆ แล้วเกาหลีเหนือพบการระบาดอย่างน้อยใน 3 พื้นที่รวมทั้งในกรุงเปียงยางเมืองหลวงด้วย และมีข่าวถึงขั้นว่ามีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตจากโควิด-19 แล้วถึง 200 นาย
ประเด็นต่อมาก็คือ หากสถานการณ์ในเกาหลีเหนือยังเป็นไปตามปกติจริงแล้วทำไมหลายประเทศที่มีสถานทูตหรือสำนักงานผู้แทนตั้งอยู่ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศสสวิตเซอร์แลนด์ จึงตัดสินใจอพยพนักการทูตออกมาชุดใหญ่ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมแล้ว


อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่น่าวิตกกังวลก็คือเกาหลีเหนือเองมีระบบสาธารณสุขที่ยังไม่ได้มาตรฐานแถมยังเจอข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยเนื่องจากติดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติอีกดังนั้นการที่เกาหลีเหนือทดสอบหาเชื้อไปแค่ 740 คนคงยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ และอาจถูกตั้งคำถามได้ว่าผลการทดสอบเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน
ขณะเดียวกันแม้เกาหลีเหนืออ้างว่ามีมาตรการปิดพรมแดนอย่างเข้มงวดแต่สำนักข่าวในเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้พบเห็นรถไฟขนส่งสินค้าอย่างน้อย 1 ขบวนต่อวันเดินทางเข้าออกบริเวณพรมแดนที่ติดกับจีนมานานราว1 สัปดาห์แล้ว นั่นก็ทำให้เกิดคำถามว่า มาตรการทั้งหลายถูกนำมาบังคับใช้อย่างจริงจังแค่ไหน
เพราะฉะนั้น โดยสรุปก็คือตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อกันว่า เกาหลีเหนือมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ แต่ไม่มั่นใจว่าการระบาดเกิดขึ้นในระดับรุนแรงขนาดไหน แต่ที่แน่ๆคงยากที่ทางการเกาหลีเหนือจะยอมรับความจริงทั้งในเรื่องผู้ติดเชื้อและเรื่องที่คิม จอง-อึน อาจหนีออกจากเมืองหลวงเพื่อหลีกเลี่ยงโรคระบาดเพราะสำหรับเกาหลีเหนือแล้ว ภาพลักษณ์ของผู้นำจะแปดเปื้อนไม่ได้เด็ดขาด

ข่าวล่าสุด