นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทบทวนสิทธิ์โครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"ของรัฐบาลว่า ในขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ของรัฐบาล ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนยื่นขอทบทวนสิทธิ์ ของผู้ลงทะเบียนรับการเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อแข่งกับเวลา แต่ไม่มั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้ครอบคลุม และรวดเร็วทันต่อเวลาหรือไม่
ทั้งนี้ เพราะบุคคลที่กระทรวงการคลังได้มอบหมาย ให้เป็นผู้พิทักษ์สิทธิกว่า 23,000 คน ได้สับเปลี่ยนลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. 2563 เป็นต้นมา ไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบการประกอบอาชีพ ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง,ธนาคารกรุงไทย,ธนาคารออมสิน,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นๆด้วย
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลอยู่นอกพื้นที่หรืออยู่ในสังคมเมือง ไม่มีความชำนาญเส้นทาง ไม่รู้จักพื้นที่หรือที่อยู่อาศัยของผู้ขอทบทวนสิทธิ์ดีพอ จึงทำให้การตรวจสอบต้องเสียเวลา มีความล่าช้ากว่าปกติ ต้องเสียเวลาในการค้นหาบ้านของบุคคลเป้าหมายมากพอสมควร ถ้าจะให้การตรวจสอบข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด รัฐบาลควรจะใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบการยืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ เช่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียน และสามารถยืนยันข้อมูลความเดือดร้อน และตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องตามที่ได้ลงทะเบียนไว้