เนชั่นทีวี

ข่าว

"ปชป."แนะใช้ท้องถิ่นเช็คคนลงชื่อ" เราไม่ทิ้งกัน" แทนส่วนกลาง

29 เม.ย. 2563 | chairat_pat

"ปชป."แนะใช้ท้องถิ่นเช็คคนลงชื่อ" เราไม่ทิ้งกัน" แทนส่วนกลาง

"เด็กปชป."แนะรัฐบาลใช้กลไกท้องถิ่นเข้าตรวจสอบปชช.ลงทะเบียน"เราไม่ทิ้งกัน" ในพื้นที่เพื่อรับสิทธิ์เยียวยา 5,000 บาทแทนส่วนกลาง ชี้ตรงจุดครอบคลุมทั่วถึงเท่าเทียมและไร้ปัญหา ย้ำตัดครอบครัวข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจออก งบเหลือช่วยประชาชนเพียงพอแน่นอน

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทบทวนสิทธิ์โครงการ "เราไม่ทิ้งกัน"ของรัฐบาลว่า ในขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สิทธิ์ของรัฐบาล ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนยื่นขอทบทวนสิทธิ์ ของผู้ลงทะเบียนรับการเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อแข่งกับเวลา แต่ไม่มั่นใจว่าสามารถตรวจสอบได้ครอบคลุม และรวดเร็วทันต่อเวลาหรือไม่

"ปชป."แนะใช้ท้องถิ่นเช็คคนลงชื่อ" เราไม่ทิ้งกัน" แทนส่วนกลาง


ทั้งนี้ เพราะบุคคลที่กระทรวงการคลังได้มอบหมาย ให้เป็นผู้พิทักษ์สิทธิกว่า 23,000 คน ได้สับเปลี่ยนลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. 2563 เป็นต้นมา ไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบการประกอบอาชีพ ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง,ธนาคารกรุงไทย,ธนาคารออมสิน,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่นๆด้วย
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลอยู่นอกพื้นที่หรืออยู่ในสังคมเมือง ไม่มีความชำนาญเส้นทาง ไม่รู้จักพื้นที่หรือที่อยู่อาศัยของผู้ขอทบทวนสิทธิ์ดีพอ จึงทำให้การตรวจสอบต้องเสียเวลา มีความล่าช้ากว่าปกติ ต้องเสียเวลาในการค้นหาบ้านของบุคคลเป้าหมายมากพอสมควร ถ้าจะให้การตรวจสอบข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด รัฐบาลควรจะใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยในการตรวจสอบการยืนยันสิทธิ์ในครั้งนี้ เช่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียน และสามารถยืนยันข้อมูลความเดือดร้อน และตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องตามที่ได้ลงทะเบียนไว้

"ปชป."แนะใช้ท้องถิ่นเช็คคนลงชื่อ" เราไม่ทิ้งกัน" แทนส่วนกลาง


ส่วนกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยเห็นชอบการจ่ายเยียวยาคนละ 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน และขยายยอดผู้ได้รับการเยียวยาเป็นไม่เกิน 16 ล้านคน และอนุมัติให้มีการจ่ายเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกร ไม่เกิน 10 ล้านครัวเรือน รวมวงเงิน 2 โครงการ ไม่เกินวงเงิน 3.2 แสนล้านบาท ซึ่งยอดผู้ได้รับการเยียวยาและวงเงินงบประมาณที่ใช้ในการเยียวยา เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าเป้าหมายที่ประเมินไว้หลายครั้ง จากเริ่มต้นที่ยอด 3 ล้านคน ปรับเป็น 9 ล้านคน และ 14 ล้านคน จนล่าสุดตัวเลขอยู่ที่ 16 ล้านคน ทำให้ยอดผู้ที่ได้รับการเยียวยาทั้ง 2 โครงการ รวมกัน 26 ล้านคน
ทั้งนี้ มากกว่าตัวเลขจำนวน 20 ล้านครัวเรือนของคนไทยทั้งประเทศ ถ้ารัฐบาลเลือกใช้วิธีการเยียวยาเป็นรายครัวเรือนตั้งแต่เริ่มต้น โดยตัดครัวเรือนที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานรัฐวิสากิจออกไป และตัดครัวเรือนของผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีออกไป ก็จะเหลือจำนวนครัวเรือนที่จะต้องเยียวยาจริงๆ ประมาณ 10 ล้านครัวเรือน ซึ่งรัฐบาลสามารถเพิ่มยอดเงินเยียวยาได้ครัวเรือนละ 10,000 บาทต่อเดือน โดยใช้วงเงินงบประมาณที่ใกล้เคียงกัน แต่สามารถแก้ปัญหาการเยียวยาได้ทันเวลาไม่เกิน 10 วัน และเป็นการเยียวยาที่ครอบคลุมถึงทุกคน ทุกสาขาอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน จะไม่เกิดปัญหาการประท้วง การฆ่าตัวตาย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมในการเยียวยาอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด