เนชั่นทีวี

ข่าว

ผู้ช่วยรัฐมนตรี พบตำรวจโชคชัย แจ้งข้อหาเกินจริง

28 เม.ย. 2563 | sitthichai_nak

ผู้ช่วยรัฐมนตรี พบตำรวจโชคชัย แจ้งข้อหาเกินจริง

"สามารถ" ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ พร้อมด้วย ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พา ผู้เสียหาย เข้าพบตำรวจนครบาลโชคชัย หลังถูกจับข้อหาปล้นทรัพย์-ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ระบุข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน หวั่นถูกแจ้งข้อหาเกินกว่าเหตุ ด้านผกก.ตั้งคณะทำงานสอบสวน ให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย ไล่ตรวจภาพกล้องวงจรปิดใกล้เคียง

ที่สน.โชคชัย เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 เมษายน นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ และนายเฉลิมวงศ์ ทาปลัด หนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 488/2563 ในข้อหาปล้นทรัพย์และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายซึ่งเป็นพ.ต.ท. สังกัด กก.สส.บก.น.5เข้าพบ พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย หลังคดีดังกล่าวมีข้อเท็จจริงจาก 2 ฝ่ายออกมาไม่ตรงกันและเกรงว่าจะเป็นการแจ้งข้อหาเกินกว่าเหตุหรือไม่
นายเฉลิมวงศ์ กล่าวว่าวันเกิดเหตุตนขับรถกระบะกับลูกน้องออกจากซอยลาดพร้าว 87 วิ่งไปตามเลียบด่วนรามอินทรา พบเห็นชายทราบภายหลังว่าเป็นตำรวจขี่รถจักรยานยนต์อยู่เลนขวาสุด แต่ด้วยความที่ถนนเส้นนี้รถวิ่งเร็วตนจึงบีบแตรใส่รถจยย. แล้วเปิดกระจกถามไปว่าทำไมไม่ชิดซ้าย ตำรวจจึงให้จอดรถริมถนนเพื่อพูดคุยกัน พอคุยเสร็จปรากฎว่าตำรวจไปดึงกุญแจรถของตนไป ตนกับลูกน้องจึงเกิดการยื้อแย่งกันแล้วผลักตำรวจล้มลง เมื่อแย่งกุญแจรถคืนมาได้แล้วแต่ขณะยื้อกันนั้นตนหยิบโทรศัพท์ติดมือมาด้วยแต่ก็คืนให้ไปก่อนจะบอกให้ลูกน้องขึ้นรถกลับบ้านเพราะใกล้เวลาเคอร์ฟิว แต่นายเสถียร ไม่ยอมกลับตนจึงปล่อยให้กลับเอง ยืนยันว่าไม่ตั้งใจจะขโมยโทรศัพท์หรือทรัพย์สินใดๆไป ทั้งนี้ ตนอยากฝากขอโทษตำรวจนายดังกล่าวเนื่องจากวันเกิดเหตุตนไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นตำรวจ และอาจใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ จนกระทั่งมาทราบข่าวว่านายเสถียร ถูกจับกุมในคืนนั้นจึงทราบว่าคู่กรณีเป็นตำรวจ


นายสามารถ กล่าวว่าหลังเกิดเรื่องนายเฉลิมวงศ์ ได้เข้าร้องเรียนกับตนหลังจากฟังเรื่องราวทั้งสองฝ่ายแล้วพบว่ามีข้อมูลไม่ตรงกันหลายอย่าง ตนในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเห็นว่านี่เป็นเรื่องระหว่างประชาชนคนธรรมดากับเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องมีความยุติธรรม ซึ่งตามกฎหมายนายเฉลิมวงศ์ ถูกพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาหรือถูกกล่าวหาก็ต้องหาพยานหลักฐานมาต่อสู้ในชั้นศาลอยู่แล้ว แต่ตนแนะว่าหากใช้พ.ร.บ.ไกล่เกลี่ย พูดคุยให้ข้อมูลที่ตรงกันอาจยอมความบางข้อหาได้และจะเป็นการช่วยลดขั้นตอนทางกฎหมายได้
ด้านพ.ต.อ.พรทวี กล่าวว่าเหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 เม.ย. ตำรวจสน.โชคชัย รับแจ้งเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ มีพ.ต.ท. นายดังกล่าวเป็นผู้เสียหายโดยให้การว่าตนขับรถจักรยานยนต์จะกลับที่พักมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาขับรถกระบะมาจี้ท้ายอย่างกระชั้นชิดพร้อมบีบแตรเสียงดัง ตนจึงหยุดรถบริเวณปากซอยที่เกิดเหตุ ทันใดนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้มารุมล้อมใช้มือผลักอกจนล้มลงแล้วใช้เท้าเหยียบให้นอนกับพื้นพร้อมกับถามซ้ำ ๆ ว่าจะไปไหน เมาสุราหรือไม่ ขณะนั้นหนึ่งในคนร้ายได้แย่งโทรศัพท์มือถือแล้วเดินห่างออกไปประมาณ 10 เมตร
จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้พูดคุยกันว่าตนน่าจะเป็นตำรวจจึงรีบขอโทษตนจึงลุกขึ้นแล้วแย่งโทรศัพท์มือถือคืน กลุ่มผู้ต้องหาจึงวิ่งหลบหนีขึ้นรถยนต์หลบหนีไป แต่ตนจับกุมตัวไว้ได้ 1 คน คือนายเสถียร ศิลาแสง อายุ 45 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย ได้มายังที่เกิดเหตุคุมตัวไปนายเสถียร ไปทำบันทึกจับกุมที่สน.โชคชัย ในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง


พ.ต.อ.พรทวี กล่าวว่าจากการสอบสวนพบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเข้าองค์ประกอบฐานปล้นทรัพย์ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมฐานปล้นทรัพย์ ต่อมาวันที่ 8 เม.ย.63 ศาลอาญา ได้พิจารณาออกหมายจับนายเฉลิมวงศ์ หรือไก่ ทาปลัด ในข้อหาปล้นทรัพย์และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ตามหมายจับที่ 488/2563 ลงวันที่ 8 เม.ย.63 จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายจับดังกล่าวจับกุมนายเฉลิมวงศ์ นำส่งพนักงานสอบสวนสน.โชคชัย ดำเนินคดี โดยนายเฉลิมวงศ์ ได้รับการประกันตัวออกไป
พ.ต.อ.พรทวี กล่าวต่อว่าขณะนี้ได้ปรึกษาหารือกับนายสามารถ โดยตั้งคณะพนักงานสอบสวน 3 นาย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรอบคอบ ยืนยันให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตามหลักกฎหมายแล้วการปล้นคือการร่วมกัน 3 คนเอาทรัพย์สินผู้อื่นโดยใช้กำลังขู่เข็ญแม้ว่าจะได้ทรัพย์ไปจากเจ้าของแล้วหรือไม่ก็ถือว่าความผิดสำเร็จ ซึ่งมีฎีการะบุไว้แล้วชัดเจน แต่กรณีนี้มีการให้การไม่ตรงกันจึงต้องตรวจสอบหลักฐานอีกครั้งเพราะเป็นคดีอาญายอมความไม่ได้ แต่อาจมีบางข้อหาที่พิจารณาใหม่ได้ตาม พ.ร.บ.ไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตามที่จุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิด 1 ตัว แต่อยู่ห่างไกลจึงต้องตรวจสอบกล้องภายในเส้นทางเดียวกันว่าก่อนเกิดเหตุเป็นอย่างไร

ข่าวล่าสุด