เนชั่นทีวี

ข่าว

ประชาชน'ขานรับ'คลาย ล็อคดาวน์ฟื้นเศรษฐกิจ

28 เม.ย. 2563 | rattana

ประชาชน'ขานรับ'คลาย ล็อคดาวน์ฟื้นเศรษฐกิจ

พ่อค้าแม่ค้าหนุนรัฐบาลผ่อนคลายช่วงเวลาล็อคดาวน์ เพื่อให้สะดวกคล่องตัวในการค้าขาย หลังยอดขายตกลงกว่าครึ่ง ด้านนักวิชาการวิตกผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากมาตรการล็อกดาวน์ที่คาดว่าจะสูญเสียไม่ต่ำกว่า 1.2-1.3 ล้านล้านบาท ติดตามจากรายงาน

'หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทยเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ตอนนี้จึงมีกระแสเรียกร้องให้ภาครัฐ 'คลายล็อคดาวน์' เพื่อให้เศรษฐกิจได้กลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง'หลังจากทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยใช้วิธีการล็อกดาวน์เมืองหรือกิจการ ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มต้นกันในช่วงเดือนมีนาคมมาจนถึงปัจจุบัน พบว่ามาตรการนี้ได้สร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก ประเทศไทยเองมีการประกาศปิดร้านค้า ยกเว้น ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหารให้บริการเฉพาะนำกลับรับประทานที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม และประกาศใช้เคอร์ฟิววันที่ 3 เมษายน ล่าสุดก็มีแนวคิดที่จะยกเลิกการล็อกดาวน์บางส่วน เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นกัน
ทีมข่าวเนชั่นทีวีลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าหลังจากมีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้วิถีชีวิตคนเปลี่ยนไป การจับจ่ายใช้สอยน้อยลง ยอดขายลดลงมากกว่า 50% อยากให้คลายช่วงเวลาเคอร์ฟิว จากเดิมถึงตี 4 เป็นเร็วกว่านั้นเพราะเป็นอุปสรรคต่อการค้าขาย จากปกติลูกค้าจะต้องมาซื้อของที่ตลาดตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้ทันขายในช่วงเช้า แต่ปัจจุบันบางร้านต้องหยุดขายทำให้ลูกค้าส่วนนี้หายไปยอดขายจึงตกลงด้านนักวิชาการ ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ระบุ ไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ดีในเฟสแรก หากไม่มีการแพร่ระบาดระลอกสอง แต่มีต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงมาก จึงควรผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อให้คนกลับไปทำงาน มีรายได้ กิจการธุรกิจต่างๆ สามารถเปิดดำเนินการได้ แต่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังและเป็นขั้นเป็นตอน 
โดยประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจากมาตรการล็อกดาวน์ และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ต่ำกว่า 1.2-1.3 ล้านล้านบาท หากไม่มีการติดเชื้อระลอกสอง โดยใช้สมมติฐานการคำนวณความเสียหายทางเศรษฐกิจจากตัวเลขการคาดการณ์เศรษฐกิจของ IMF 
หากติดเชื้อระลอกสอง ความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมต้องประเมินใหม่ และมาตรการเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านบาท จากมาตรการการคลัง 1 ล้านล้านบาท และมาตรการทางการเงิน 9 แสนล้านบาท จะไม่เพียงพอในการบรรเทาและชดเชยผลกระทบในระยะสั้นจากการหดตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการเปลี่ยนพฤติกรรมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดอยู่ในระดับที่การแพทย์รับมือได้ เช่น การทำ Social Distancing ยังจำเป็นต่อไป การรักษาสุขอนามัยทั้งส่วนรวมและส่วนบุคคล และที่สำคัญที่สุด คือการสร้างฐานข้อมูลของประชาชนเกี่ยวกับโอกาสที่จะติดเชื้อ เพื่อให้สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้รวดเร็วมากขึ้น

ข่าวล่าสุด