สำนักข่าวเมียนมาร์ไทมส์รายงานว่าปิยะ สุขุมภาณุเมศร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการเมียนมาร์ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าการผลิตพลังงานในเมียนมาร์ยังคงดำเนินตามแผนที่วางไว้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบโลกตัวลงมากจากผลพวงของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลทำให้การบริโภคน้ำมันลดลงเป็นอันมาก ในประเด็นนี้ทางผู้บริหารปตท.สผ. โครงการเมียนมาร์ ให้ความมั่นใจว่าถึงแม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับลดลงกว่า 60 % นับแต่เดือนมีนาคม แต่จะไม่ส่งผลกระทบมากต่อยอดขายพลังงานที่ทางปตท.สผ. ตั้งไว้ในปีนี้
ปตท. สผ. ซึ่งได้เข้าดำเนินกิจการสำรวจและผลิตพลังงานในเมียนมาร์นับแต่ พ.ศ.2532 ปัจจุบันดำเนินกิจการใน 7 โครงการหลัก ร่วมกับบริษัทในเมียนมาร์ โดยมีแหล่งพลังงานซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ 4 แหล่ง และมีแหล่งพลังงาน 3 แหล่งซึ่งปตท. สผ. ดำเนินการผลิตพลังงานมาจนถึงปัจจุบัน คือ โครงการซอติก้า โครงการยาดานา และโครงการเยตากุน
ก๊าซธรรมชาติจากทั้ง 3 แหล่งนี้มีความสำคัญกับไทย เนื่องจากในโครงสร้างการจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับการใช้ในประเทศไทยประกอบด้วย การผลิตในประเทศ 71% การนำเข้า LNG จากประเทศอื่นๆ อีก 16 % และ การนำเข้าจากเมียนมา 13 % โดยก๊าซธรรมชาติที่ไทยนำเข้าจากเมียนมาร์ทั้งหมดขณะนี้ผลิตจากโครงการซอติก้า โครงการยาดานา และโครงการเยตากุนนี้เอง
สำหรับโครงการซอติก้าซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานที่ ปตท.สผ. ถือหุ้นถึง 80 % และมีการทำสัญญาส่งออกพลังงานจากแหล่งผลิตนี้สู่ประเทศไทยในปี 2546 ทางผู้บริหาร ปตท.สผ. โครงการเมียนมาร์ยืนยันว่าราคาก๊าซธรรมชาติที่ผลิตจากแหล่งผลิตหลักอย่างแหล่งซอติก้านั้นไม่ได้รับผลกระทบมากจากการใช้พลังงานที่ลดลง เนื่องจากเป็นราคาที่มีการระบุในสัญญาซื้อขายไว้ล่วงหน้าแล้ว และ ทางปตท.สผ.จะทำการผลิตก๊าซธรรมชาติในเมียนมาร์โดยไม่มีการลดยอดรวมปริมาณการผลิตลงลงจากเดิมเพื่อการจำหน่ายในเมียนมาร์ด้วย
นอกจากนี้ ผู้บริหาร ปตท.สผ. โครงการเมียนมาร์เผยอีกว่าในเมียนมาร์ยังมีแหล่งพลังงานจำนวนมากซึ่งได้รับการสำรวจแล้วว่ามีปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากพอให้ดำเนินการผลิตอีกด้วย