เนชั่นทีวี

ข่าว

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ร่ายยาวค้าน CPTPP ได้ไม่คุ้มเสีย

27 เม.ย. 2563 | kajonchai_phe

"พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์" ร่ายยาวค้าน CPTPP ได้ไม่คุ้มเสีย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่เห็นด้วยที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิก CPTPP) ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบหลายอย่าง โดยรวมแล้วเห็นได้ชัดว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย และเรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐควรต้องฟังเสียงประชาชนมากกว่านี้ ใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊คมีใจความว่า สืบเนื่องจากการที่ครม.กำลังจะหารืออนุมัติให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก CPTPP หรือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-PacificPartnership (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก)ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบหลายอย่าง โดยรวมแล้วเห็นได้ชัดว่าจะได้ไม่คุ้มเสียและเรื่องนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐควรต้องฟังเสียงประชาชนมากกว่านี้ใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบประการแรกคือ ประเทศสหรัฐอเมริกาถอนตัวออกไปแล้วหากไทยเข้า CPTPP ตลาดที่ไทยจะได้เพิ่มหากเป็นสมาชิกคือประเทศเม็กซิโกและแคนาดาเท่านั้น ขณะที่อีก 9 ประเทศสมาชิกที่เหลือนั้น ไทยมีข้อตกลงการการค้าเสรี FTA แล้วทั้งหมดผมอยากให้พิจารณาว่าเพราะเหตุุใดไทยถึงต้องเข้าร่วมในลักษณะนี้ควรจะพิจารณาให้ถี่ถ้วน ว่าจะดีกว่าหรือไม่ถ้าทำ bilateral agreement กับเม็กซิโกและแคนาดาเพื่อที่จะได้ไม่ต้องขี่ช้างจับตั๊กแตน
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีผู้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แจงว่าหากไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP คาดว่าจีดีพีจะเพิ่มขึ้น0.12% ซึ่งคิดเป็นมูลค่าน้อยมากเทียบกับการเข้าเป็นสมาชิกครั้งอื่นๆ ผมคิดว่าครั้งนี้จะได้ไม่คุ้มเสียการดึงจีดีพีขึ้นมีหลายวิธี ตกลงกันได้หลายแบบไม่ควรจะต้องยอมให้ประเทศไทยเสียอํานาจอธิปไตยทางเศรษฐกิจถึงขั้นนี้
และหากเข้าไปดูในรายละเอียดแล้วมีข้อน่ากังวลเกี่ยวกับการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพต้นทุนของเกษตรกร ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางยารวมถึงว่าการที่นักลงทุนต่างชาติจะสามารถฟ้องรัฐบาลไทยผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการและอื่นๆ อีกมากมาย
ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ไม่มีข้อบังคับให้รัฐบาลต้องการขออนุมัติกรอบเจรจาจากรัฐสภาเพื่อไปเจรจาทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศขาดการตรวจสอบจากนิติบัญญัติ ตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนมีเพียงกลไกให้รัฐสภาเห็นชอบเมื่อเจรจาแล้วเสร็จเพื่อลงนามรอการอนุมัติตามเท่านั้น ทำให้เรื่องที่ใหญ่ขนาดนี้จะได้รับการอนุมัติไปง่ายๆ นี่คือหนึ่งในปัญหาที่เป็นรูปธรรมแสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้มีปัญหาอย่างไร
ผมและพรรคก้าวไกล ขอย้ำว่ารัฐควรต้องมารับฟังเสียงจากภาคประชาชนให้มากและเปิดให้สภาได้ถกเถียงกันในรายละเอียด ในสถานการณ์ชุลมุนเช่นนี้รัฐอย่าฉวยโอกาสเพื่อที่จะได้ "อุ้มทุนหนาฆ่าทุนน้อย"

ข่าวล่าสุด