วันนี้รัฐประกาศว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่ 15 คน ที่น่าสนใจคือหนึ่งในสามมาจากต่างประเทศ หนึ่งในสามติดมาจากการไปคลุกคลีสัมผัสกับคนที่ติดเชื้อและอีกเกือบหนึ่งในสามมาจากการไปตะลอนห้าง ตลาด และที่ท่องเที่ยวกับการทำงานพบปะผู้คน
ยอดรวมตอนนี้ใกล้3,000 แล้วแถมใกล้วันประชุมครม. เพื่อพิจารณามาตรการผ่อนปรนการใช้ชีวิตแก่ประชาชนชาวไทย
เราจึงต้องตื่นเต้นรอวัดใจว่า อิทธิพลนักการเมืองตามค่ายตามมุ้งต่างๆที่พยายามหาทางทวงคะแนนเสียงประชานิยมท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาล และ ศบค.มากเพียงใด
เรามีบทเรียนมาแล้วตั้งแต่หลายเดือนก่อนที่อิทธิพลการเมืองส่งผลให้เห็นปรากฏการณ์หน่วยงานรัฐที่ดูแลสุขภาพไปประกาศหนุนร่วมดูแลงานแข่งรถ ทั้งที่ประเทศมีการระบาดของโรคอยู่แต่ทนกระแสกดดันไม่ไหว ต้องมายกเลิกตอนหลังแต่การยกเลิกก็คงไม่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ที่ติดตาตรึงใจเราๆ ท่านๆ หายไป...
อุปมาอุปมัยได้ว่าเหตุใดช่วงสองสามเดือนแรกของการระบาด จึงได้ยินแต่เรื่องทำนองว่า โรคนี้สบายๆ เราเอาอยู่ๆ
เอาไปเอามาจากไม่ค่อยมีเคส กลายเป็นมีอยู่ทุกวัน และทวีคูณขึ้นจนเกาะใกล้เส้นการระบาด 33%แบบกลุ่มประเทศที่ระบาดหนักอย่างอเมริกา อิตาลี อิหร่าน จีน เยอรมนี เป็นต้น
เรายังโชคดีที่ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลตัดสินใจถูกต้องที่จะดำเนินการตามมาตรการเข้มข้นตั้งแต่กลางมีนาคมหลังรับฟังการนำเสนอผลการวิเคราะห์ของโรงเรียนแพทย์
เราจึงดึงจาก33% มามุ่งสู่ 5%ภายในกลางพฤษภาคมนี้ได้
เจ็บแล้วต้องจำนะครับ...อย่าให้การเมืองมามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องชีวิตความเป็นความตายของประชาชน