สหรัฐฯ ได้ส่งฝูงเครื่องบินรบเทคโนโลยีสเตลธ์ เอฟ-22 แรปเตอร์ไปยังกาตาร์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวถูกสั่งการเพียง 1 วันก่อนการประชุม จี-20 ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงมิถุนายน 2562 โดยข่าวดังกล่าวถูกเปิดเผยในภายหลังจากทางด้านศูนย์บัญชาการกลางกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งได้ออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินรบเทคโนโลยีสเตลธ์ เอฟ-22 แรปเตอร์ ถูกเคลื่อนย้ายไปยังกาตาร์ เพื่อปกป้องกองกำลังและผลประโยชน์ของสหรัฐฯอเมริกา ในตะวันออกกลาง แต่แถลงการณ์ไม่ระบุจำนวนเครื่องบินที่ส่งไปครั้งนี้ นอกจากนั้นแล้วทางด้านศูนย์บัญชาการกลางกองทัพอากาศสหรัฐฯ ยังได้แจกจ่ายภาพถ่ายไปยังสื่อมวลชน ซึ่งเป็นภาพของฝูงบนรบ เอฟ-22 แรปเตอร์ จำนวน 5 ลำ ซึ่งบินอยู่เหนือฐานทัพอากาศ อัล อูเดอิด ในกาตาร์ ซึ่งระบุเวลาเป็นช่วงวันที่ 27 มิถุนายน 2562 นั่นเอง
การส่งฝูงบินรบ เอฟ-22 แรปเตอร์ เข้าไปยังกาตาร์ ครั้งนี้แน่นอนว่าเข้าไปเพื่อภาระกิจที่สหรัฐฯ นั้นวางเอาไว้แล้ว นั่นคือการเข้าไปเพื่อจัดการกับอิหร่านได้ทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ การปะทะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งกาตาร์นั้น เป็นประเทศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับอิหร่านระหว่างอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีให้หลังที่ผ่านมากาตาร์เองก็เอาใจออกห่างจากสหรัฐฯ และไปเข้าด้วยกับอิหร่าน รัสเซีย หรือแม้แต่ตุรกี แต่ทว่ากาตาร์เองก็ยังถูกบีบจากบรรดาสันนิบาติอาหรับ อยู่พอสมควร ที่จะต้องรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ รวมถึงบรรดาประเทศสมาชิกในสันนิบาติอาหรับ อย่างซาอุฯ หรือแม้แต่ยูเออี ดังนั้น การที่สหรัฐฯ นำเครื่องบินรบ จำนวนหนึ่งมาประจำการที่นี่ ย่อมมีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือเป็นการปรามอิหร่าน ไปในตัว
ก่อนหน้านี้ทางด้านอยาตอลเลาะห์ อาลี คาห์เมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้พูดไปเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมาว่าสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ หลังจากที่เขาถูกสหรัฐฯ ทำการขึ้นบัญชีดำไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 โดยที่เขาได้ยืนกรานปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ อีก เพราะสำหรับอิหร่านแล้ว การเจรจาตามความหมายของอีกฝ่ายคือกลลวงให้อิหร่านปฏิบัติตามความปรารถนาของสหรัฐฯ และสำทับด้วยการบอกว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้สหรัฐฯ เกรงกลัวอิหร่านและไม่กล้ารุกรานนั่นก็คือการที่อิหร่านต้องมีอาวุธอยู่ในมือ และในเวลานี้อิหร่านก็กำลังถูกสหรัฐฯ ข่มขู่ให้อิหร่านวางอาวุธเหล่านั้นและศิโรราบให้กับสหรัฐฯ
นอกจากนั้นทางด้านคาห์เมเนอี ยังได้ประณามสหรัฐฯ อย่างเจ็บแสบว่า"รัฐบาลสหรัฐฯ คือรัฐบาลที่ชั่วช้าที่สุดในโลก เป็นบ่อเกิดของสงคราม การนองเลือด และการแบ่งแยก และเป็นแบบนี้มาตลอดประวัติศาสตร์ การคว่ำบาตรล่าสุดถือเป็นความโหดร้ายต่อประชาชนอิหร่าน และอิหร่านจะไม่ถอยเพียงเพราะการดูถูกของสหรัฐฯ ส่วนข้อเสนอเจรจาของทรัมป์นั้น คือการหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ อาวุธในมือต่างหากที่จะทำให้สหรัฐฯ ไม่กล้าเข้าใกล้"
เขายังบอกว่าในฐานะเป็นบุคคลมีอำนาจชี้ขาดในกรณีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน การเจรจายังเป็นสิ่งที่จำเป็นและจะก่อให้เกิดผลประโยชน์มากกว่าการใช้กำลังทางทหารต่อกัน แต่นั่นคือการเจรจานั้นอิหร่านต้องได้ประโยชน์ด้วย ในขณะที่ทางด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาตอบโต้ คาห์เมเนอี ทันทีเช่นกันว่า "สหรัฐฯไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่าน แต่ถ้าหากว่าจำเป็นสหรัฐฯ จะใช้เวลาไม่นานเพราะสหรัฐฯพร้อมทำการได้ทันที โดยที่สหรัฐฯจะไม่ส่งทหารภาคพื้นดินเข้าสู่อิหร่าน"
นอกจากนั้นแล้วโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ย้ำว่า คณะผู้ปกครองของอิหร่านเห็นแก่ตัวและงี่เง่า หากปฏิเสธแนวทางใหม่ที่คิดค้นโดยรัฐบาลของเขา แทนข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับปี 2558 ที่อิหร่านลงนามกับสหรัฐฯสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา