ด้าน นางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน กล่าวว่า มติ ครม. ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก แต่ในภาวะการแพร่ระบาดโควิด-19 และการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงการการแถลงข่าวจากศูนย์โควิด ทำให้ประชาชนไม่รับรู้ว่า ขณะนี้มีมติตัดลดงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งส่วนตัวเมื่อทราบเรื่องค่อนข้างตกใจ เพราะถือเป็นกองทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรักษาพยาบาลคนไทย และในภาวะการแพร่ระบาดรุนแรงเช่นนี้ ไม่ควรถูกตัดลดงบประมาณลง กลับกันควรได้รับงบสนับสนุนเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้คาดว่าในการประชุม บอร์ด สปสช. ต้นเดือนหน้า น่าจะมีการหยิบยกประเด็นนี้ ขึ้นมาเข้าสู่วาระการหารือและสะท้อนกลับไปยังรัฐบาล เนื่องจากเงินที่ถูกตัดไปและนำไปกันเป็นงบฉุกเฉิน ก็ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่า เงินก้อนนี้จะถูกนำไปจัดสรรอย่างไร และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะได้รับกลับมาหรือไม่
"ค่อนข้างตกใจว่าทำไม ครม.ถึงมีมติดึงเงินรักษาพยาบาลประชาชนกลับคืนไปถึง 2,400 ล้านบาท เงินจำนวนนี้ถือว่าไม่น้อยเลย แทนที่ในฐานะกองทุนที่มีบทบาทรักษาพยาบาลผู้ป่วย กลับต้องได้รับจัดสรรหรืออุดหนุนงบประมาณเข้ามาเพิ่มเติมด้วยซ้ำ แต่นี่กลับถูกตัดลดงบประมาณลง และในสถานการณ์ที่ยังไม่มีวัคซีนรักษาโควิด-19 โดยตรง ในปีงบประมาณหน้าอาจต้องเพิ่มงบให้ด้วยซ้ำไป ไม่เฉพาะงบบัตรทองเท่านั้น แต่รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขด้วย ก็สมควรได้รับงบเพิ่มเติม เพื่อต่อสู้กับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในครั้งนี้" นางสุนทรี กล่าว