นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิด-19 จากวันนี้จนถึงวันที่ 30 เม.ย.เชื่อว่าน่าจะสามารถควบคุมได้ในระดับที่น่าพอใจ เพราะจำนวนผู้ป่วยรายใหม่อยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ ยกเว้นบางจังหวัดที่อาจจะยังมีตัวเลขสูงอยู่หากมาตรการทางด้านสาธารณสุขควบคุมได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องต่ออายุ พรก.ฉุกเฉินฯ เลยรัฐไม่ควรขี่ช้างจับตั๊กแตน เอาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาใช้กับการแพร่ระบาดโควิด-19
รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยต่อไปว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รวบอำนาจในการบริหารบริหารมาไว้ที่ตัวเองตั้งแต่ 26 มี.ค.2563 ไม่น่าจะมีผลต่อการควบคุมการระบาดของไวรัส เพราะกลไกปกติของทีมแพทย์ทำงานเต็มความสามารถ ผลที่ตามมาจากการรวบอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ คือการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ของรัฐบาลล้มเหลวมาตลอด รวมทั้งมีความเคลือบแคลงต่อความไม่โปร่งใสในการบริหารเวชภัณฑ์ทางการแพทย์และหน้ากากอนามัย ดังนั้นรัฐต้องคลายข้อสงสัยของประชาชน
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในส่วนของการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐจำนวน 5,000 บาท ที่ระบบฐานข้อมูลของรัฐสร้างปัญหาให้ประชาชน ส่งผลให้เกิดความสับสนของประชาชน ดังนั้นรัฐต้องรีบดำเนินการในการเยียวยาประชาชนให้เร็วที่สุด เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อนมาก ประชาชนหลายล้านคนที่รอความหวังจากการเยียวยาของรัฐบาล
" กรณีที่กระทรวงแรงงานเตรียมนำกรณีการเยียวยาเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในส่วนของประชาชนที่อยู่ในระบบประกันสังคมต้องใช้งบประมาณมากกว่า 2.3 แสนล้าน ในขณะที่สำนักงานประกันสังคมมีงบประมาณเพียง 1.6 แสนล้าน ดังนั้นต้องไปดึงเงินจากรัฐบาลมาเสริม หวั่นว่าจะเป็นปัญหาหากประกันสังคมเงินหมด กระทบกับผู้เอาประกันตนจำนวน 11 ล้านคน รัฐต้องชัดเจนว่าจะนำงบประมาณจากไหนมาเติมเงินให้ประกันสังคมเยียวยาประชาชน" นายแพทย์ชลน่าน กล่าว