สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงง่าย ๆ เรียกว่าทั่วประเทศ เลยทีเดียว ซึ่งเหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจโดยรวม ประชาชนตกงานไม่มีรายได้มาใช้จ่ายภายในครอบครัว
โรงรับจำนำ หรือโรงตึ้ง จึงเป็นความหวังที่เป็นที่พึ่งสุดท้าย เรียกได้ว่า ชาวบ้านแห่มาใช้บริการกันอย่างคับคั่งเลยทีเดียว
คุณทวีศักดิ์ วงศ์ช่วย ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองชัยภูมิ บอกว่า โรงรับจำนำ ในจังหวัดชัยภูมิ มีผู้มาใช้บริการสูงเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว เพราะแต่ละวันในช่วงนี้มีชาวบ้านแห่ใช้บริการล้นหลามวันละกว่า 300 คน
คุณทวีศักดิ์ บอกอีกว่า ทองรูปพรรณ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ หรือแหวน ชาวบ้านนำมาจำนำน้อยลง เพราะราคาทองที่ปรับสูงขึ้น จึงนำไปขายขาดจะได้ราคาที่สูงกว่า แต่ที่นำมาจำนำเพิ่มมากขึ้นกลับเป็นเครื่องมือทำมาหากิน อุปกรณ์ประกอบอาชีพทำการเกษตร จำพวกรถไถนา เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือช่าง จำนวนมาก
รวมถึงภาชนะเครื่องทองเหลือง เข็มขัดเงิน เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี หม้อหุงข้าว รวมทั้งผ้าไหมเก่าเก็บ ที่เป็นสิ่งของมีค่าของจิตใจและครอบครัว ที่เป็นมรดกตกทอดจากปู่ ย่า ตา ยาย ให้เก็บไว้สืบทอดต่อกันมายาวนานหลายชั่วคน มีทั้งผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง ผ้าไหม ต่างก็พากันนำมาจำนำเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นกัน แม่ว่าจะได้ราคาไม่สูงมากนัก ก็ขอให้มีเงินติดตัวกัลับบ้านไปใช้จ่ายในครอบครัวให้ได้ก่อนในช่วงนี้
คุณทวีศักดิ์ บอกอีกว่า ช่วงนี้ ทางโรงรับจำนำจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษสุดอย่างไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่มีการตั้งโรงจำนำมา เพียงร้อยละ 0.125 สตางค์ต่อเดือน ในวงเงินจำนำไม่เกิน 5 พันบาท แต่หากวงเงินเกิน 5 พันบาทขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยร้อยจะอยู่ที่ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน และมีการขยายเวลาไถ่ถอนเพิ่มขึ้นอีกจาก 4 เดือน เป็น 5 เดือน และยังได้สำรองไว้กว่า 100 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนไว้ให้ต่อเนื่อง ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้