15 เม.ย. ที่ผ่านมา นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบแม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ตามแนวชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา รวมทั้งสิ้น 11 รัง ก่อนที่ลูกเต่ามะเฟืองจะทยอยฟักออกมาและพากันคลานลงสู่ทะเลตรงกับช่วงที่ไวรัสโควิด-19 กำลังระบาดหนักไปทั่วประเทศ ลูกเต่ามะเฟืองเกิดใหม่ในฤดูนี้มีจำนวนมากกว่าฤดูไหน ๆ ในรอบกว่า 2 ทศวรรษ
ทั้งนี้ โดยสถิติเดิมที่เต่ามาเฟืองเคยขึ้นมาทำรังมากสุดคือ 9 รัง ในปี 2542 แต่ปีนี้ทำลายสถิติไปด้วย 11 รัง !!อย่างไรก็ตาม นายโสภณ ทองดี กล่าวอีกว่า เต่ามะเฟืองอยู่ในสถานะสัตว์ใกล้สุญพันธุ์ อันเนื่องมาจากภัยต่าง ๆ จากทั้งการทำประมง การท่องเที่ยว (ทำให้รบกวนแหล่งว่างไข่) การลักลอบเก็บไข่เต่า ขยะทางทะเล และรวมไปถึงสัตว์ที่กินเต่าเป็นอาหาร
เพื่อให้การฟักไข่ของบรรดาเต่ามาเฟืองเป็นไปอย่างสวัสดิภาพ จึงมีการจัดเวรยามค่อยเฝ้าระวัง พร้อมทั้งทีมนักวิจัยลงพื้นที่ และติดตั้งระบบติดตามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วประเทศไทย จึงทำให้ประชาชนงดการเดินทางไปท่องเที่ยวตามชายหาด ซึ่งเป็นผลดีในการลดผลกระทบจากการรบกวนในช่วงเพาะฟักและช่วงที่ลูกเต่ามะเฟืองฟักจากไข่ เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกมากขึ้น มีสมาธิและไม่ต้องรับแรงกดดันให้ต้องช่วยเหลือลูกเต่าจนผิดธรรมชาติจนเกินไป
"ถ้าถามว่าการลดลงของนักท่องเที่ยวตั้งแต่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีส่วนทำให้เกิดผลดีหรือไม่ ขอตอบเลยว่า โดยหลักการแล้ว การลดลงของนักท่องเที่ยวน่าจะมีผลดีต่อระบบนิเวศทางทะเล"