นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า ในการประชุมร่วมกับผู้ให้บริการมือถือ (โอเปอร์เรเตอร์) ทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย เอไอเอส ทรูมูฟ ดีแทค ทีโอที แคท และเพนกวิน เพื่อขอให้ลดอัตราค่าบริการลง 30% ถือเป็นช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด ซึ่งตามแนวทางที่กสทช. เสนอต่อโอเปอร์เรเตอร์ทุกค่ายให้พิจารณา แม้ครั้งนีั้ทุกค่ายจะยังไม่ยอมรับในหลักการ เพราะต้องกลับไปปรึกษาภายในบริษัทก่อนว่าหลักการใดรับได้ โดยขอให้ค่ายโอเปอร์เรเตอร์ทั้งหมดกลับมาให้คำตอบกับทางกสทช. ที่จะมีการประชุมร่วมกันในวันที่ 16 เมษายน 2563 อีกครั้ง สำหรับข้อเสนอที่ทางกสทช.ขอใหื้ค่ายโอเปอร์เรเตอร์รับไปพิจารณาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ซิมมือถือรายเดือน ที่มีประมาณ 3 ล้านกว่าเลขหมาย ขอให้มีการพักชำระหนี้ออกไปทำได้หรือไม่ เพราะแม้ขณะนี้ประกาศของ กสทช. จะกำหนดให้การเรียกชำระหนี้ค่าบริการรายเดือนมี 2 รอบบิล ซึ่งทางโอเปอร์เรเตอร์เพิ่มเป็น 3 รอบบิลอยู่แล้ว แต่จะให้ขยายระยะเวลามากกว่านั้น จะสามารถทำได้หรือไม่อย่างไร เพราะถ้าเป็นซิมรายเดือนที่เป็นนิติบุคคล ถือเป็นสิทธิ์ของโอเปอเรเตอร์จะให้นิติบุคคลชำระเงิน แต่ส่วนบุคคลธรรมดาอยากให้รับตรงนี้เจรจาได้หรือไม่ ซึ่งทางโอเปอเรเตอร์พยายามชี้แจงว่าน่าจะมีการร้องขอเข้ามา เหมือนชำระค่าน้ำค่าไฟว่าเป็นลูกค้าชั้นดี มีพฤติกรรมอย่างไร เป็นต้น ดังนั้นจึงขอให้โอเปอร์เรเตอร์ที่ร่วมหารือครั้งนี้ให้ไปปรึกษาผู้บริหารและให้แจ้งให้ทราบวันพรุ่งนี้ ส่วนซิมมือถือเติมเงิน ต้องการให้ลดค่าบริการลงมา ดังนั้นจึงได้ขอให้มีแพ็คเก็จออกมาลดค่าบริการได้หรือไม่ ซึ่งทางโอเปอร์เรเตอร์แจ้งว่า ปัจจุบันได้มีการจัดทำแพ็คเก็จที่เรียกว่าซิมโควิด ทำให้อัตราค่าบริการลดลง 30% อยู่แล้ว แต่ปัญหาอุปสรรคคือการไม่สามารถติดต่อสื่อสาร หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหรือลูกค้ารับทราบได้มากพอ เพราะอยู่ในช่วงของการประกาศเคอร์ฟิว ประชาชนจึงไม่สามารถติดต่อได้ ดังนั้นจะมีมาตรการทำอย่างไรให้รวบรวมแพ็คเก็จซิมโควิด เพื่อให้ลดอัตราค่าบริการลงให้มาก และนำเสนอกสทช. ในวันพรุ่งนี้เช่นกัน โดยขอให้ทั้งเอไอเอส ทรูมูฟ ดีแทค ดำเนินการรวบรวมแพ็คเก็จ และให้ประชาชนสามารถติดต่อเปลี่ยนแพ็คเก็จต่างๆได้ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เรื่องที่ขอให้ดำเเนินการ ทางโอเปอร์เรเตอร์ได้หารือกับตน ซึ่งบอว่าเป็นเรื่องงานนโยบาย เกี่ยวกับผลกระทบบริษัท ขอปรึกษานำคำตอบต่างๆมาประชุมกับกสทช.ในบ่ายวันพรุ่งนี้ ตรงไหนทำได้ร่วมมือกสทช. สำหรับกรณีที่มีประเด็นในโซเชียล ถึงข้อห่วงใยต่างๆเกี่ยวกับมาตรการเพิ่มเน็ตมือถือ 10 กิ๊กกะไบต์ โดยมีประเด็นอยู่สองค่ายมือถือที่ลงในโซเซียล คือ ดีแทค หลายคนได้สอบถามเข้ามามากว่าแพ็คเก็จ 10 กิ๊กกะไบต์ ของดีแทค ที่ให้บริการในราคา 99 บาท ทำไมกสทช.ซื้อ100 บาท ซึ่งดีแทคได้ชี้แจงเป็นอัตราค่าบริการปี 2558 ปัจจุบันถ้าเป็นระยะเวลาการใช้งานจะอยู่ที่ 170-200 บาท ขณะที่ค่ายทีโอที มีการขายแพ็คเก็จ 2 เดือน อินเตอร์เน็ต 20 กิ๊กกะไบต์ ราคา 66 บาท โดยทางทีโอทีชี้แจงว่าที่ขายออกมาเป็นการทดลองทดสอบจาก 3จี ไปสู่ 4จี และเป็นซิมใหม่มีอยู่ 1,000 ซิมเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการแต่อย่างใด จึงขอให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบด้วย รายงานข่าวจากแจ้งว่า การหารือระหว่างนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ร่วมกับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 5 ราย เพื่อขอให้ลดค่าบริการ 30% เพื่อช่วยเหลือผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ในช่วงเช้าวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะทางผู้ให้บริการมือถือหมดขอนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือเป็นการภายในของบริษัทตนเอง เนื่องจากการลดค่าบริการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อรายได้ของธุรกิจ ทำให้ต้องขอความเห็นชอบจากผู้บริหาร และบางบริษัทต้องขอความเห็นชอบจากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังนั้นจึงยังไม่มีข้อสรุปในเบื้องต้น ซึ่งคาดว่าน่าจะได้คำตอบว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ภายในสัปดาห์นี้ หรือขึ้นกับมติที่ประชุมของบริษัทนั้นๆว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วแค่ไหน