ยังคงเป็นมาตรการเข้มข้นเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกประกาศมาตรการเข้มเรื่องการสวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้าน บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา
คุณวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า ภาพรวมพบว่ามีผู้สวมใส่หน้ากากอนามัยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงพบผู้ฝ่าฝืนเพียงเล็กน้อย ซึ่งส่วนนี้มีการจับกุมและ ส่งศาลเพื่อพิจารณาโทษปรับ ซึ่งโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 20,000 บาท และทราบว่าผู้ที่กระทำความผิดและถูกส่งศาลนั้น / ศาลจังหวัดสมุทรสาคร พิพากษาปรับ 4,000 บาท ซึ่งผู้กระทำผิดให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษปรับ 2,000 บาท โดยจังหวัดสมุทรสาครมีผู้ถูกดำเนินคดีนี้รวมแล้วทั้งหมด 5 ราย
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ยังบอกอีกว่า สิ่งหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ของจังหวัดดีขึ้น น่าจะมาจากที่คนส่วนใหญ่ดำเนินการตามมาตรการของจังหวัด แต่ทั้งนี้ทุกคนก็ยังคงต้องร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการตามมาตรการ ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างเคร่งครัด เพราะถึงอย่างไรก็ยังบอกไม่ได้ว่า จังหวัดสมุทรสาครจะมีผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งหากวันนี้พี่น้องประชาชนไม่ร่วมมือกันเชื่อได้ว่า โรคโควิด-19 จะต้องระบาดอย่างหนักแน่นอน เพราะโรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ ยังไม่มียารักษา มีการติดเชื้ออย่างรวดเร็ว
ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ก็ยืนยันว่า หนทางที่ดีที่สุดของการป้องกันในตอนนี้คือ การสวมหน้ากากอนามัย และความร่วมมือร่วมใจกันของทุกคนที่จะช่วยกัน "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" เพื่อที่ทุกคนจะได้ผ่านวิกฤต ครั้งนี้ไปด้วยกัน