วันนี้ (14 เม.ย.63) รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ให้ความเห็นถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่าHsiao SH และคณะ ได้ตีพิมพ์ข้อมูลจากประเทศไต้หวัน ลงในวารสารวิชาการ Journal of Hospital Infection เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา
เน้นให้เรารู้ว่า การวัดอุณหภูมิด้วยเครื่องวัดที่หน้าผากนั้นมีโอกาสที่ผู้ป่วยที่เป็นไข้จะหลุดรอดไปได้เยอะ
ที่โรงพยาบาลของเค้า ทำการคัดกรองคนก่อนเข้ามาในตัวโรงพยาบาลด้วยการใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่หน้าผาก จำนวน 40,887 คนในเดือนมีนาคม 2020 พบว่าตรวจพบว่ามีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียสเพียง 5 คน
แต่เค้ามีนโยบายให้คนที่ผ่านการคัดกรองไปแล้วนั่งรอในที่ที่จัดไว้ให้ แล้วทำการวัดซ้ำอีกครั้ง หลังจากครั้งแรกราว 10 นาที พบว่าสามารถตรวจพบว่ามีไข้ถึง 37 คน
การที่ให้นั่งพักในที่ที่กำหนดไว้ 10 นาทีก่อนวัดไข้ซ้ำอีกครั้งนั้น อ้างอิงมาจากงานวิจัยของ Erenberk U และคณะ ซึ่งพบว่าเด็กที่มาจากสภาพแวดล้อมที่เย็น จำเป็นต้องให้รอประมาณ 10 นาที จึงจะทำให้อุณหภูมิที่วัดผ่านเครื่องอินฟราเรดมีความแม่นยำขึ้น
แม้จะยังไม่มีงานวิจัยในประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเรา แต่ก็ถือว่ามีประโยชน์ในยามที่ยังไม่มีข้อมูลอื่น ทำให้เราอาจต้องเผื่อเวลาสัก 10 นาที แล้ววัดซ้ำอีกครั้ง ก็น่าจะทำให้ลดโอกาสหลุดรอดของผู้ป่วยที่ควรได้รับการตรวจหาโควิด-19 ไปได้
เรื่องนี้สำคัญ เพราะในอนาคตอันใกล้ หากรัฐเปิดให้คนมีการใช้ชีวิต พบปะกันมากขึ้นกว่าปัจจุบัน มีโอกาสสูงที่จะเกิดโรคระบาดรุนแรงซ้ำได้ ดังนั้นการกำหนดกระบวนการคัดกรองของที่โรงพยาบาล รวมถึงที่ต่างๆ ที่มีคนมารวมกันเยอะ เช่น ห้างสรรพสินค้า หน่วยงานบริการสาธารณะต่างๆ ย่อมจำเป็นจะต้องรอบคอบ
ก่อนที่รัฐจะยืดหยุ่นการใช้ชีวิต ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะคุมอยู่จริงหรือไม่?
#อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ
#StayHome #อยู่บ้านกันนะครับ
#ออกจากบ้านยามจำเป็นจริงๆ
#ออกนอกบ้านต้องใส่หน้ากากเสมอและอยู่ห่างคนอื่นอย่างน้อย1เมตร
#ช่วงนี้ควรช่วยกันแบ่งปันอาหารและน้ำให้คนเดือดร้อนใกล้บ้าน
...ไทยต้องทำได้ครับ...
...สู้ๆ...
อ้างอิง
Hsiao SH et al. Body Temperature Measurement to Prevent Pandemic COVID-19 in Hospitals in Taiwan: Repeated Measurement is Necessary. J Hosp Inf. 9 April 2020.