ล่าสุด ยายยิ้ม เปรมสุข อายุ 73 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวตนเองและญาติ ไปดูแหวนทองคำที่ผู้ต้องหานำไปขายให้กับร้านทองแม่ทองใบ ในตลาดวังน้ำเย็น ซึ่งเป็นทองคำที่ตนเองใส่เป็นประจำจริง และถูกโจรกรรมไปจริง เพราะจำรูปแบบและขนาดได้ เนื่องจากซื้อมาตั้งแต่หลานยังเล็ก ๆ และใส่ติดตัวมาตลอด นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังให้ไปดูตัวผู้ต้องหา ซึ่งปิดปากปิดจมูกด้วย โดยจำได้ว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง
ยายยิ้ม ผู้เสียหาย กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาว่า ดีใจมาก ที่จะได้แหวนทองคำสมบัติชิ้นเดียวที่มีติดตัวในปัจจุบันคืน แม้จะไปเปลี่ยนแบบมาหลายครั้ง แต่ก็จำได้ว่าเป็นรูปมังกรและมีรอยบุบ 2 ข้าง และเป็นสมบัติที่ใส่ติดตัวมากว่า 20 ปี จึงอยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยติดตามจับกุมตัวคนร้ายจนได้ของคืน
ส่วนคุณตาทองลิ้ม เปรมสุข อายุ 81 ปี สามีผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุลูกสาวเตรียมพาไปอยู่ที่กรุงเทพฯอาจจะขายบ้านหลังวิกฤตโควิดฯ ไม่อยากให้ผู้สูงอายุอยู่กันตามลำพังสองคน เกรงจะเกิดเหตุซ้ำรอยอีก เพราะเกิดเหตุมา 3 ครั้งแล้ว โดยครั้งแรกขโมยโทรทัศน์ ครั้งที่ 2 ขโมยพัดลม และครั้ง 3 จี้เอาแหวนทอง ซึ่งก็ดีใจและอยากขอบคุณที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้แค่ 1 วันครึ่งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและ สภ.วังน้ำเย็น แจ้งกับผู้เสียหายว่า วันนี้ (14 เม.ย.) จะนำตัวผู้ต้องหามาให้ชี้ตัวและทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านคุณยายจุดเกิดเหตุด้วย
โดยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีดังกล่าวขณะนี้ เจ้าหน้าที่พบผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะภรรยาของผู้ต้องหา เนื่องจากภายหลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้นำแหวนทองคำไปให้ภรรยาเพื่อไปขายที่ร้านทองแม่ทองใบ ตลาดวังน้ำเย็น ได้เงินมาจำนวน 5,700 บาท โดยผู้ต้องหาแบ่งให้กับภรรยา 1,000 บาท ที่เหลือได้นำไปใช้จ่ายส่วนตัวและซื้อยาเสพติดเสพ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวได้ในพื้นที่ซอยวัดเขาป่าแก้ว อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เมื่อวานนี้