เวียดนามดำเนินมาตรการเว้นระยะห่ายทางสังคมซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้ว่าจนถึงตอนนี้เวียดนามมีผู้ป่วยโควิด-19 สะสมเพียง 262 ราย และยังไม่มีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กต้องปิดตัวและชาวเวียดนามจำนวนมากขาดรายได้ชั่วคราว ด้วยเหตุนี้องค์กรการกุศลจำนวนมากจึงได้ช่วยรวบรวมสิ่งของอุปโภคและบริโภคจากผู้ใจบุญที่รวมไปถึงข้าว แต่การแจกจ่ายของบริจาคแก่ประชาชนรในยามที่ต้องตระหนักถึงการระบาดของโรคโควิด-19ไปด้วย เหวียน ตวน อันห์ ประธานบริษัทผลิตตัวล็อกในเมืองโฮจิมินห์ วัย 35 ปี มองว่าการแจกสิ่งของบริจาคอาจจะกลายเป็นการแพร่โรคเมื่อคนจำนวนมากเบียดกัน นอกจากนี้ยังทำให้ทั้งเมืองเกิดภาพลบ
ตวน อันห์ จึงเกิดความคิดในการสร้างเครื่องที่จะช่วยแจกจ่ายข้าวตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้หลักการแบบตู้เอทีเอ็มที่ใครก็สามารถเดินเข้ามาถอนเงินได้ แต่ครั้งนี้เป็นใครก็ได้สามารถเดินเข้ามากดปุ่มเพื่อรับแจกข้าว เครื่องนี้จึงเรียกด้วยชื่อง่ายว่า "ตู้เอทีเอ็มข้าว"
ด้านหน้าของ "ตู้เอทีเอ็มข้าว" จะมีเจลแอลกอฮอลล์ให้ผู้มารับแจกข้าวได้ทำความสะอาดมือก่อน โดยแต่ละคนจะสามารถกดตู้เอทีเอ็มข้าวได้วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1.5 กิโลกรัม โดยตู้นี้สามารถเก็บข้าวได้ 500 กิโลกรัม หากข้าวหมดแอปพลิเคชั่นที่ใช้ควบคุมจะส่งสัญญาณเตือน
"ตู้เอทีเอ็มข้าว" นอกจากจะมีกลไกในการส่งข้าวจากคลังมาให้แก่ผู้รับ ตวน อันห์ ยังวางระบบความปลอดภัยโดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด นอกจากจุดประสงค์ด้านความปลอดภัยแล้วยังใช้ควบคุมไม่ให้คนที่ได้รับข้าวเวียนเข้ามารับบข้าวได้อีก โดยจะมีพนักงาน 3 คนคอยตรวจสอบกล้องวงจรปิด หากมีคนเวียนมารับข้าวเป็ยนครั้งที่ 2 พนักงานจะกดหยุดเครื่องด้วยแอพริเคชั่นทางมือถือทั้งนี้ก็เพื่อให้มีข้าวแจกเพียงพอแก่ทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง และนอกจากกล้องวงจดปิดนี้ยังใช้ในการดูแลผู้ที่มารับข้าวให้รักษาระยะห่างตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมของเวียดนามอีกด้วย
ถึงแม้ว่า ตวน อันห์ ต้องการให้แจกข้าวประมาณ 500 กิโลกรัมต่อวัน แต่ในวันแรกมีการแจกข้าวไปถึง 1 ตัน อย่างไรก็ตามในตอนนี่มีผู้ใจบุญและองค์กรต่างๆ นำข้าวมาสมทบสำหรับแจกผ่านตู้เอทีเอ็มข้าวแล้วตามความสสามารถของตนตั้งแต่ 10 กิโลกรัมไปจนถึงเป็นร้อยๆ กิโลกรัม โดยบางรายขับรถบรรทุกนำข้าวมาสมทบหลายตันทีเดียว
ขณะเดียวกันสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้รับแจกข้าวรายหนึ่งเล่าว่าสามีของเธอเพิ่งตกงาน ตู้เอทีเอ็มข้าวช่วยครอบครัวเธอได้มาก ข้าว 1 ถุงที่ได้รับแจกช่วยให้ครอบครัวเธอมีอาหารเพียงพอสำหรับ 1 วัน นอกจากนี้เธอยังเล่าว่า เธออ่านเรื่องตู้เอทีเอ็มข้าวมาจากอินเตอร์เน็ทและเธอจึงมาดูว่ามีจริงไหม สำหรับเธอแล้วแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีอยู่จริง และเธอก็หวังว่าผู้สนุบสนุนจะยังคงแจกข้าวผ่านตู้เอทีเอ็มนี้จนกระกว่าการระบาดของโรคโควิด-19 จะจบลง
เป็นเรื่องน่ายินดีที่ ตวน อันห์ก็ต้องการแจกข้าวผ่านตู้เอทีเอ็มข้าวไปจนกว่าการระบาดของโรคโควิด-19จะจบลง ตวน อันห์ แสดงความเห็นว่าในเวียดนามกำลังเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนข้าวระหว่างการระบาดของโคงิด-19 นี้ เขาหวังว่าชุมชนจะร่วมมือกันและช่วยเขาในโครงการต่อไปซึ่งเขากำลังวางแผนที่จะผลิตตู้เอทีเอ็มข้าวอีก 100 เครื่อง