เนชั่นทีวี

ข่าว

ญาติเผย หนุ่มใหญ่ติด "โควิด" ดิ่งรพ.ดับ ป่วยจิตเวชอ่อนๆ

13 เม.ย. 2563 | ratchata

ญาติเผย หนุ่มใหญ่ติด "โควิด" ดิ่งรพ.ดับ ป่วยจิตเวชอ่อนๆ

หนุ่มใหญ่ชาวนราธิวาส กลับจากอินโดนีเซีย ที่ถูกกักตัวตรวจโควิด 19 คลั่งดิ่งชั้น 8 โรงพยาบาลย่านสมุทรปราการเสียชีวิต ล่าสุดญาติออกมาเปิดเผยว่า มีอาการป่วยทางจิตเวชอ่อนๆ ต้นเหตุการติดเชื้อเพราะเดินทางไปร่วมกิจกรรมทางศาสนา ที่ประเทศอินโดนีเซีย ล่าสุดรักษาจนไม่พบเชื้อ กำลังจะกลับบ้าน แต่เกิดเหตุสลดเสียก่อน

จากกรณีเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้วันที่ 13 เมษายน 2563 ได้มีผู้กักกันตรวจเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นชายวัย 51 ปี ที่เดินทางกลับมาจากร่วมประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย และถูกตรวจพบว่ามีอาการไข้สูงและตรวจพบเชื้อโควิด 19 และถูกส่งตัวมากักกันตัวเพื่อรักษาที่สถาบันราชประชาสมาสัย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
ต่อมาแพทย์ได้ให้การรักษาจนอาการดีขึ้นตรวจไม่พบเชื้อไวรัสโควิด 19 แล้ว จึงติดต่อญาติให้มารับรับตัวกลับไปสังเกตอาการบ้านในช่วงสายวันนี้ แต่ชายคนดังกล่าวเกิดอาการคุ้มคลั่งกระโดดลงมาจากหน้าต่างชั้น 8 ตกลงมาที่ระเบียงชั้นที่ 2 ของอาคารที่อยู่ใกล้กันจนเสียชีวิต

ญาติเผย หนุ่มใหญ่ติด "โควิด" ดิ่งรพ.ดับ ป่วยจิตเวชอ่อนๆ

ความคืบหน้าเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (13 เมษายน) ญาติของผู้ตายได้เดินทางมาติดต่อ พ.ต.ต.บุญฤทธิ์ เชิญเชื้อ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ร้อยเวรเจ้าของคดี เพื่อขอรับศพของผู้ตายกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่บ้านเกิด จ.นราธิวาส โดยแพทย์ผู้ดูแลรักษา ได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ตาย ได้เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย หลังจากที่ไปร่วมกิจกรรมทางศาสนา ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และเดินทางกลับมาถึง สนามบินสุวรรณภูมิในเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา

ญาติเผย หนุ่มใหญ่ติด "โควิด" ดิ่งรพ.ดับ ป่วยจิตเวชอ่อนๆ


ทั้งนี้ในกลุ่ม มีด้วยกันทั้งหมด 19 คน และถูกแบ่งมาที่สถาบันราชประชาสมาสัย จำนวน 5 คน เพื่อกักกันตัว 14วัน และโรงพยาบาลสมุทรปราการ 14 คน เนื่องจากตรวจพบว่า มีไข้และตรวจพบเชื้อไวรัสโควิด19 หลังจากที่ให้การรักษามากว่า 10 วันอาการดีขึ้น จนกระทั่งล่าสุดตรวจไม่พบเชื้อในร่างกายแล้วทั้ง 5 คน เตรียมส่งตัวกลับบ้านภายในวันที่ 13-14 เมษายน 2563 ซึ่งได้มีการแจ้งให้เจ้าตัวทราบก่อนแล้ว และติดต่อให้ทางญาติเดินทางมารับตัวกลับไป แต่ก็มาเกิดเหตุสลดดังกล่าว
นายอาจินต์ ชลพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชประชาสมาสัย บอกว่า เราได้รับตัวผู้กักกันทั้ง 5 คนมาได้จัดห้องไว้ที่ชั้น 8 และแบ่งเป็น 2 ห้อง ส่วนผู้ตาย พักรวมอยู่กับเพื่อนอีก 2 คน ในระหว่างการรักษาตัวอยู่ที่สถาบันนั้น ทางคณะทีมแพทย์และผู้ถูกกักกันรวมถึงผู้ตายก็อยู่ร่วมด้วยกันดี ผู้ตายก็ไม่มีท่าทีจะเครียดหรือมีอาการอย่างอื่นแต่อย่างใด
จนมาถึงวันเกิดเหตุได้สอบถามเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องได้เล่าให้ว่า ผู้ตายได้ตื่นมากลางดึกและเดินไปมาขอดูนาฬิกาและถามว่ากี่โมงแล้ว ยังไม่ทันตอบผู้ตายแย่งถอดนาฬิกาของเพื่อนร่วมห้องปาลงไปที่พื้นจนเสียหาย และมีอาการคล้ายคนคุ้มคลั่ง เพื่อนร่วมห้องจึงได้เดินมาตามพยาบาลหน้าห้อง พยาบาลจึงได้แจ้ง รปภ.มาช่วยเจรจา แต่ผู้ตายมีอาการคล้ายคนควบคุมตัวเองได้ รปภ. จึงได้พยายามเข้าไปควบคุมตัว ผู้ตายได้วิ่งออกมานอกห้องปีนขึ้นไปบนหน้าต่างทางขึ้นลงบันไดชั้นที่ 8 และพลัดตกลงไปเสียชีวิตดังกล่าว และพึ่งมาทราบข้อมูลจากญาติผู้ตายว่า ผู้ตายมีอาการจิตเวชอ่อน ๆ

หลานชายของผู้ตาย (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ได้เล่าว่า น้าชายของตนเป็นคนตัวใหญ่แรงเยอะ และก่อนหน้านี้ ผู้ตายได้โทรหาญาติ ๆ ทุกคน และบอกเดี๋ยวก็จะได้กลับบ้านแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง คล้ายกับเป็นการบอกลา ทางบรรดาญาติก็ดีใจและเตรียมที่จะมารับตัวกลับภูมิลำเนา แต่ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวร้ายจากทางโรงพยาบาล ว่าน้าของตนนั้นได้กระโดดลงมาจากตึกจนเสียชีวิตดังกล่าว

ข่าวล่าสุด