ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในห้องไลน์สื่อมวลชนประจำกระทรวงคมนาคมได้มีการส่งข้อความแจ้งกับสื่อมวลชนโดยข้อความดังกล่าวระบุว่า เรียน สื่อมวลชนคมนาคม ด้วยขสมก.ตรวจพบพนักงานขับรถโดยสาร สาย 140 ได้รับการติดเชื้อโรคโควิด - 19ดังนั้น หากผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางสาย140 หมายเลข 5 90019 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2563 ระหว่างเวลา 07.00 10.00 น. มีอาการไอ จาม เป็นไข้ อ่อนเพลีย หายใจลำบาก หรือ สงสัยว่าตนเองจะได้รับเชื้อโควิด 19 หรือไม่ โปรดติดต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเพื่อปฏิบัติตามขั้นตอนการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อต่อไป
ล่าสุด นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ได้เปิดเผยเมื่อคืนวานนี้ (12เม.ย.) ได้รับแจ้งว่ามีพนักงานขับรถของ ขสมก. เสียชีวิตคาดว่าจะเสียชีวิตจากการป่วยด้วยโรคโควิด19 โดยพนักงานคนขับรถตนดังกล่าวนั้นเป็นพนักงานขับรถเก่าของ ขสมก. ที่เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ เนื่องจากศาลยกฟ้อง และได้กลับเข้ามาเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งพนักงานขับรถสาย 140 เส้นทาง แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกครั้งเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพจ Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์ ได้เปิดเผย Timeline พขร.หญิงสาย 140 ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ดังนี้
ตั้งแต่ช่วงวันที่ 4-5 เมษายน 2563 ในแวดวงพนักงาน ได้มีการเผยแพร่เอกสารภายใน ระบุว่ามีพนักงานขับรถคนหนึ่งถูกตรวจพบว่าติด COVID-19 และได้มีการระบุ Timeline เพื่อหาว่าพนักงานท่านนี้ทำงานบนรถเมล์คันใดบ้าง ตลอดจนมีการระบุชื่อพนักงานที่ทำงานใกล้ชิด
โดยพนักงานที่ตรวจพบว่าติด COVID-19 นั้น
เป็น "พนักงานขับรถหญิงท่านหนึ่ง" สังกัดอู่แสมดำ กลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถที่ 3 เขตการเดินรถที่ 5 (กปด.35) ของ ขสมก. ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเมล์สาย 140 (อู่แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) กะเช้าและมีการระบุ Timeline การทำงานของพนักงานคนดังกล่าว ซึ่งส่วนมากจะขับรถเมล์ปรับอากาศสีขาว KINGLONG เลขข้างรถดังต่อไปนี้
24 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90033 กะเช้า
25 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90022 กะเช้า
26 มี.ค. 63 - เวรหยุด
27 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90023 กะเช้า
28 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90011 กะเช้า
29 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90037 กะเช้า
30 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90039 กะเช้า
31 มี.ค. 63 - เลขข้างรถ 5-90035 กะเช้า
1 เม.ย. 63 - เลขข้างรถ 5-90019 กะเช้า (ขับรถวันสุดท้ายก่อนป่วย)
2 เม.ย. 63 - เวรหยุด
3 เม.ย. 63 - ถูกวัดไข้ก่อนทำงาน พบมีไข้สูง 38 องศา จึงให้พนักงานกลับบ้าน และไปพบแพทย์ จากนั้นได้ใบรับรองแพทย์ว่ามีไข้ ไอ มีเสมหะ และให้รอผลตรวจ COVID-19
4 เม.ย. 63 - ตรวจพบติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมีการยืนยันผลตรวจเมื่อเวลา 22.30 น. และรักษาที่ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า (รพ.ทหารเรือ)
12 เม.ย. 63 - รับแจ้งว่า พขร.คนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว
เบื้องต้นทางอู่ได้มีการกักตัวพนักงานที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย และตัดจอดรถแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องผ่านมาเกือบ 1 สัปดาห์ ปรากฎว่า "ผู้เดินรถ" ยังไม่มีการประกาศแจ้งสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ
และเรื่องนี้พนักงานหลายอู่หลายเขตก็พอทราบกันแล้ว แต่ก็ไม่มีความชัดเจนออกมาจนกระทั่งพนักงานคนดังกล่าว เพิ่งเสียชีวิตในวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา และ ขสมก. ก็เพิ่งออกมายอมรับทีหลังในวันนี้ (13 เมษายน 2563) ท่ามกลางข้อกังขาต่อสาธารณชนต่อการทำงาน ว่าทำไมเพิ่งออกมาประกาศ
#ตื่นตัวได้แต่อย่าตื่นตระหนก ทั้งนี้ ผู้โดยสารและผู้ใกล้ชิดโปรดสังเกตอาการ หากมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์โดยด่วน ในส่วนของการโดยสารรถเมล์ ต้องใส่หน้ากากและเว้นระยะห่างตามหลัก Social Distancing เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ส่วนผู้เดินรถ ที่ยังคงลุ่มหลงมัวเมากับเรื่องภาพลักษณ์ (ที่ไม่ค่อยเหลือเท่าไหร่แล้วในสายตาคนนอก) ก็สมควรพิจารณาตัวเองใหม่ #ไม่ปกปิดไม่ซุกพรม ด้วยสามัญสำนึก อะไรที่เป็นเรื่องความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร ก็ควรประกาศให้ทราบโดยทั่วกันตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าปิดเรื่องแล้วเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาทีหลังแบบเคสนี้