นพ. ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า การติดเชื้อโควิด-19 สมมติหากมีผู้ติดเชื้อ 100 ราย จะมี 30ราย ติดเชื้อแบบไม่มีอาการ และสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาอะไรเลย และแทบจะไม่มีโอกาสของการแพร่เชื้อ แต่กลุ่มที่น่ากังวล คือกลุ่มที่มีอาการ โดยจะแพร่เชื้อได้ ต่อเมื่อพูดจาใกล้ชิด ไอจามใส่กัน ผ่านละอองฝอยน้ำลาย
ถึงแม้สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลง ย้ำตอนนี้ยังไม่ใช้เวลาดีใจ ผ่อนคลายมาตรการใด ๆส่วนตัว จำนวนผู้ป่วยที่ลดลงยังไม่พอใจ เป้าหมาย คือ ต้องลดจำนวนผู้ป่วยให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
มาตรการหลายๆอย่างที่ขอความร่วมมือ ยังเป็นมาตรการที่สำคัญ ที่ต้องจำเป็นดำเนินการต่อไป เช่นปิดสถานที่แออัด ทำงานที่บ้าน
ส่วนเมื่อไหร่ที่สถานการณ์จะวางใจได้นั้น ในอดีต ใช้ 1-2เท่า ของจำนวนระยะฟักตัว ซึ่งต้องไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เลย อย่างน้อย14วัน หลังพบผู้ป่วยคนสุดท้าย
ดังนั้น ประชาชน และทุกฝ่าย อย่าพึ่งประมาท อย่าพึ่งวางใจ โรคโควิด-19 เป็นโรคที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เพียงเราพลาด1-2ครั้งก็สามารถแพร่โรคได้ อย่าลืมการแพร่ระบาดที่สถานบันเทิง หรือ ที่สนามมวย
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ดีขึ้น เชื่อว่า ภาครัฐ ก็จะเริ่ม ประเมิน มาตรการในระยะต่อไป.
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ หลังพบว่ามีการระบาดมากขึ้นจากกรณีมีผู้เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซีย หลังไปร่วมพิธีกรรมทางศาสนา โดยรองอธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่า การจัดการควบคุมโรคของแต่ละพื้นที่มีปัจจัยไม่เหมือนกัน โดยพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัจจัย 2 ด้านคือ ปัจจัยการระบาดในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้การคุมสถานการณ์ในดีขึ้นตามลำดับ และปัจจัยการเดินทางจากต่างประเทศ เช่นประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งทำให้มีการเพิ่มผู้ติดเชื้อในพื้นที่ ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณงานของบุคลากรและสถานพยาบาลในพื้นที่ ดังนั้น มาตรการที่ดำเนินการคิอการพยายามจำกัดการรวมกลุ่มก้อน ยังเป็นมาตรการสำคัญที่ทางกระทรวงสาธารณสุขนังต้องขอความร่วมมือกับประชาชน