เนชั่นทีวี

ข่าว

ไต้หวันแก้ไขข้อกำหนดใช้สารวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีผล1 ก.ค.63

10 เม.ย. 2563 | papimon_wis

ไต้หวันแก้ไขข้อกำหนดใช้สารวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีผล1 ก.ค.63

ไต้หวันแก้ไขข้อกำหนดการใช้สารวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เริ่มมีผลบังคับใช้1ก.ค.63 กรมการค้าต่างประเทศแนะผู้ประกอบการไทยศึกษากฎระเบียบให้ชัดเจนก่อนทำการส่งออก เพื่อลดอุปสรรคทางการค้า

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไต้หวัน (FDA)ได้ออกประกาศฉบับที่ 1081609206 ตามมาตรา 6 (3) ของพระราชบัญญัติสุขอนามัยและความปลอดภัยเครื่องสำอาง ว่าด้วยการปรับปรุงรายชื่อสารวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งระเบียบฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2563สามารถวางจำหน่ายได้จนถึงวันที่หมดอายุของผลิตภัณฑ์ โดยรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้


1) ยกเลิกการใช้สารวัตถุกันเสีย เช่น สารAlkylisoquinolinium bromide (Lauryl isoquinolinium bromide)(2-Dodecylisoquinolin -2-iumbromide)สารCetylpyridinium chlorideสาร 1,2-Dibromo-2,4-dicyanobutaneสารHalocarbanสาร 4-ChlorophenolสารThiazolium,3-heptyl-4-methyl-2-[2-(4-dimethylaminophenyl)ethenyl]-,iodideสารPhenolและสารPhotosensitizing dyesเป็นต้น


2) แก้ไขชื่อและจำกัดการใช้สารวัตถุกันเสียในเครื่องสำอาง เช่น สารAlkyl (C12-22)trimethy ammoniumbromide and chlorideความเข้มข้นในการใช้ไม่เกิน 0.1 % สารBenzenemetha naminium, N-Ndimethyl-N-[2- [2-[4-(1,1,3,3-tetramethylbutyl )phenoxy]ethoxy] ethyl]-, chlorideความเข้มข้นในการใช้ไม่เกิน 0.1 %และสารTosylchloramide sodiumความเข้มข้นในการใช้ไม่เกิน 0.2 % เป็นต้น


ไต้หวันแก้ไขข้อกำหนดใช้สารวัตถุกันเสียในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีผล1 ก.ค.63

สำหรับการเผยแพร่คำเตือนบนผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า "ไม่ควรใช้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี" บริษัทผู้ผลิตจะต้องเป็นผู้พิจารณาการแจ้งเตือน หากในกรณีที่ไม่มีการแจ้งเตือน และทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์บริษัทผู้ผลิตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ผู้ประกอบการ/ผู้ส่งออกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลข้างต้นเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์https://www.sgs.com/en/news/หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการค้า โทร. 02-547-5095 หรือสายด่วน 1385


ข่าวล่าสุด