เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมการแพทย์ ย้ำชัด! ใครป่วยโควิด-19 ต้องนอนโรงพยาบาลทุกคน

09 เม.ย. 2563 | khwanriam_kae

กรมการแพทย์ ย้ำชัด! ใครป่วยโควิด-19 ต้องนอนโรงพยาบาลทุกคน

อธิบดีกรมการแพทย์ ย้ำผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทุกรายต้องนอนที่โรงพยาบาลทุกรายอย่างน้อย 2-7 วัน ไม่ว่าจะอาการเบาหรือหนัก เดินหน้าลดแออัดลดการติดเชื้อ ให้รพ.ส่งยาผู้ป่วยเรื่องรังทางไปรษณีย์

อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบายไวรัสโควิด-19ว่า แนวทางลดความแออัดในโรงพยาบาลกรมการแพทย์ได้มอบนโยบายให้โรงพยาบาลจัดยาทางไปรษณีย์สำหรับผู้ป่วยเรื้อรังที่มีสภาวะชีพคงที่  ส่วนผู้ป่วยที่ต้องพบแพทย์จะมีการจ่ายยาให้ล่วงหน้าจาก1 เดือนเป็น 2 เดือน เพื่อลดความถี่การมาโรงพยาบาล และผู้ป่วยมีอาการเรื้อรังที่มีอาการต้องได้รับคำปรึกษาทางการแพทย์จะใช้การสื่อสารผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนส์แต่ขอให้ผู้ป่วยแจ้งข้อมูลประวัติที่ถูกต้อง

สำหรับแนวทางการรักษา ทางกรมการแพทย์ยืนยัน  ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทุกรายต้องนอนที่โรงพยาบาลอย่างน้อย2-7 วัน ไม่ว่าจะอาการเบาหรือหนัก ซึ่งถ้าผู้ป่วยอาการดีขึ้นจะนำไปพักรักษาตัวที่ hospitelเฝ้าสังเกตุอาการให้ครบ 14 วัน  ส่วนการให้ยาถ้าผู้ป่วยมีอาการน้อย จะไม่ให้ยาแต่ถ้าคนไข้มคอาการปอดบวมจะให้ยาต้านไวรัสมาลาเลีย ยาต้านไวรัสเอดส์และยาฟาวิพิราเวีย เพื่อลดไวรัสโควิด-19ในปอด

ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยติดเชื้อที่เคยรับการรักษาหายมาจากที่รพ.พญาไท 2 กทม.แล้วเดินทางกลับมาบ้านที่ชัยภูมิ กลับพบติดเชื้อซ้ำอีก นายแพทย์ สมศักดิ์    อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ยืนยันว่าคนไข้รายนี้ได้ทำการรักษาตนหายจากอาการ การ และมีการกักตัวครบ 14 วัน ส่วนที่คนไข้สงสัยติดเชื้อโควิด-19 ใหม่เพราะในระหว่างกักตัวที่บ้าน มีการสั่งอาหารเดลิเวอร์รี่จนทำให้ตอนหลังเริ่มมีอาการไข้ ซึ่งจากการไปตรวจพบว่ามีการติดเชื้อซ้ำรอบที่ 2  ทางกรมการแพทย์ระบุว่าสำหรับเคสนี้ การพบเชื้อเป็นซากของไวรัส ที่จะอยู่ในร่างกาย 30 วัน อ้างอิงตารายงานของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ใช่เป็นการติดเชื้อใหม่ซึ่งซากของไวรัสโควิด-19ที่อยู่ในร่างกายจะไม่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดคนไข้

ขณะที่ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค  บอกว่าการค้นหาผู้ติดเชื้อจะเน้นไปที่หลักการสอบสวนโรค ร่วมกับการแสดงข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ติดเชื้อ ว่ามีบุคคลใดอยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโดยใช้ข้อมูลทางการระบาดวิทยา ซึ่งจะสามารถชี้เป้ากลุ่มเสี่ยงได้ทางกรมควบคุมโรคได้ปรับวิธีให้มีความเร่งรีบ เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เร็วโดยแนวทาง activecase finding จะยึดตามยุทธศาสตร์ 2 หลัก  คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1เพื่อควบคุมโรค พยายามหาข้อมูลประชากรว่ากลุ่มไหนน่าจะมีโอกาสติดเชื้อมากที่สุดแล้วลงไปควบคุมโดยเร็ว
ยุทธศาสตร์ที่ 2 เพื่อเฝ้าระวัง เป็นวิธีการใช้เป็นข้อมูลจากผู้ที่ติดเชื้อมาใช้ในการควบคุมเฝ้าระวังคนไข้รายอื่น ด้วยวิธีการตรวจที่เป็นระบบและดำเนินการสม่ำเสมอซึ่งต้องทำร่วมกันในทุกโรงพยาบาล ซึ่งในวิธีนี้หากไม่มีการเก็บที่มียุทธศาสตร์จะทำให้การแปรผลลำบาก โดยขณะนี้ทางกรมควบคุมโรคได้ดำเนินตามยุทธศาสตร์ที่ 1 และกำลังดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่ 2 ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน

ข่าวล่าสุด