เนชั่นทีวี

ข่าว

โฆษกศบค. ยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างแน่นอน

08 เม.ย. 2563 | Nattawut

โฆษกศบค. ยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างแน่นอน

โฆษกศบค. เผยจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม ดีดตัวกลับหลักร้อย ยอด 111 คน หลังมีผู้ติดเชื้อจากการเดินทางกลับจากอินโดนีเซียเมื่อวานนี้ ตีเมืองสตูล ทะลุ 16 คน ยืนยันไม่ปกปิดยอดผู้ติดเชื้อ โอด ปิดอย่างไรก็ไม่ปิด แม้จะตัวเล็ก นิดเดียว ปิดเท่าไหร่ก็รู้ เพราะโซเชียลมีเดีย ลั่น 20,000 เทสหาเชื้อต่อวัน เพียงพอ ไม่มีความจำเป็นต้องขยาย 100,000 เทส มองสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีได้มีมติคณะรัฐมนตรี โดยบรรจุให้การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 เป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันและผู้ที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา รวมถึงประชาชนทุกคนต้องได้รับการดูแล

โฆษกศบค. ยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างแน่นอน


ส่วนรายงานสถานการณ์ประจำวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 พบผู้ป่วย ยืนยันติดเชื้อเพิ่ม 111 คน ยอดผู้ป่วยสะสม 2369 คน หายแล้ว 888 คนและเสียชีวิตล่าสุด 3 ราย สะสม 30 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิต 3 รายประกอบด้วยเป็นชายชาวรัสเซียอายุ 48 ปีมีประวัติการเดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ตระหว่างวันที่ 18-21 มีนาคม โดยมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 22 มีนาคมและเดินทางกลับไปยัง พัทยาจังหวัดชลบุรีได้รับการรักษาเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่โรงพยาบาลเอกชน ด้วยอาการไข้ 38.4 องศาและมีอาการไอ เจ็บคอ แต่ไม่ได้มีการรักษาตัวที่โรงพยาบาล  และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา // รายที่ 2 เป็นชายชาวอินเดียอายุ 69 ปีมีอาชีพ ธุรกิจส่วนตัว มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานโรคหัวใจเกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคมมีอาการป่วยไข้ 39.3 องศาไอมีน้ำมูกและถ่ายเหลว ซึ่งได้มีการส่งตัวมารักษาต่อเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่โรงพยาบาลเอกชน ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา // ส่วนรายสุดท้ายเป็นชายชาวสหรัฐอเมริกาอายุ 69 ปีมีประวัติเป็นโรคไตเรื้อรัง โดยมีอาการป่วย ไอปวดกล้ามเนื้อหายใจลำบาก เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ระหว่างวันที่ 21-22 มีนาคม ใส่ท่อหายใจในวันที่ 23 มีนาคม และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายน
ซึ่งนายแพทย์ทวีศิลป์  ได้ระบุว่า ยอดผู้ป่วยสะสมเมื่อวานที่ผ่านมาทำให้รู้สึกหัวใจพองโตได้เพียงสักพักและก็ต้องกลับมาพูดคำว่าว่าแล้วไหมล่ะเห็นแล้วไหมล่ะเนื่องจากยอดผู้ป่วยสะสมรายใหม่กลับมาอยู่ที่หลักร้อย ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วย มาจากการเดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซียซึ่งตรวจพบ 42 คนที่ติดเชื้อจากจำนวน 111 คน
จากการกระจายตัวผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 111 คน ประกอบไปด้วย /ผู้ป่วยรายใหม่จากระบบ เฝ้าระวังและบริการ 69 คน ผู้ป่วยมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 37 คน //แบ่งเป็น  ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ยืนยันก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 18 คนนนทบุรี 7 คนและยะลา 6 คน// กลุ่มผู้ป่วยใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันเดิม 11 คน / ประกอบด้วยเดินทางกลับจากต่างประเทศในเดือนมีนาคมจำนวน 2 คน/ เดินทางไปยังสถานที่ชุมชน 3 คน/  ประกอบอาชีพเสี่ยง 4 คน/ บุคลากรด้านสาธารณสุข 2 คน/ และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 21 คน/// นอกจากนี้ยังมีผู้ที่เดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซียได้ทำการ Home Qaurantine ในสถานกักกันโรคของรัฐบาลจำนวน 42 คน
ส่วนการกระจายตัวของผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 2369 คนในพื้นที่ 67 จังหวัด ประกอบไปด้วย กรุงเทพฯ 1223 คน นนทบุรี 141 คน  ภูเก็ต 140 คน สมุทรปราการ 102 คน ชลบุรี 70 คน ยะลา 68 คน ปัตตานี 55 คน สงขลา 47 คน เชียงใหม่ 27 คน แล้วอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 92 คน
ผู้ป่วยรายใหม่ 111 คน กระจายตัวในพื้นที่ 14 จังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพฯ 23 คน สตูล เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย 16 คน ยะลา 14 คน สงขลา 10 คน ปัตตานี 9 คน นนทบุรี 7 คน จังหวัดกระบี่ นครปฐม นราธิวาสพัทลุง ภูเก็ต และสมุทรปราการจังหวัดละ 2 คน จังหวัดนครราชสีมาและปทุมธานีจังหวัดละ 1 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนโรคอีก 18 คน

โฆษกศบค. ยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างแน่นอน

โดยการตรวจพบ ในพื้นที่ต่างๆต้องยอมรับว่ามีการมาตรการพิเศษในพื้นที่จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงใช้วิธีการขีดเส้นสแกนหาผู้ติดเชื้อเร็ว โดยใช้การตรวจผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ ยางในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการเจาะพื้นที่อำเภอบางละมุงและอำเภอกะทู้ประมาณ 2 พันคนโดยตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ถึง 18 คน พร้อมกับระบุอีกว่าแม้ว่าผู้นั้นจะมีอาการปกติ เมื่ออยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ต้องตรวจหาโรค ตามหลักการระบาดวิทยา ซึ่งถือได้ว่าเป็นโมเดลตัวอย่างและคนในพื้นที่เองก็ต้องช่วยกัน
ส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 เที่ยวบิน QR 832 จากประเทศกาตาร์จำนวน 14 คนได้ทำการ กักกันโรคเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนเที่ยวบิน KE 651 จากเมืองอินชอนประเทศเกาหลีใต้ จำนวนผู้โดยสาร 57 คนพบว่า 8 คน ไม่ผ่านการคัดกรองโดยส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและอีก 49 คนได้ทำการกักตัวและสถานกักกันโรคของรัฐบาลจัดเตรียมไว้ 
ทั้งนี้ในวันนี้จะมีคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศขออนุญาตไว้ก่อนหน้านี้เที่ยวบิน nh847 เดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่นออกเดินทางเวลา 8.50 ตามเวลาประเทศไทย มีผู้โดยสารทั้งสิ้น 32 คนด้วยผู้โดยสารแบ่งเป็นผู้โดยสารต่อเครื่องจำนวน 15 คนและผู้โดยสารเพิ่มเติมอีกจำนวน 17 คน จะถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 15:30 นซึ่งจะมีมาตรการดูแลและต้อนรับไว้ทั้งหมดแล้ว พร้อมกับทางยังระบุอีกว่า ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศไม่สามารถเลือกแบบตามโรงแรมได้ จะนอนห้องคนเดียว หรือเตียงคิงส์ไซต์ แต่ทุกคนต้องอยู่ในข้อตกลงการควบคุมโรค
โดยคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศจากการวิเคราะห์จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อรายแรกของแต่ละจังหวัดทั้งหมด 25 จังหวัดพบๆป่วยชาวต่างชาติส่วนใหญ่ จะแพร่เชื้อในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว อย่างในพื้นที่กรุงเทพฯนนทบุรี เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ กระบี่ และภูเก็ต ส่วนใหญ่มีการแพร่เชื้อจากนักท่องเที่ยวจีน /จังหวัดบุรีรัมย์ มาจากนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอเมริกา /จังหวัดเพชรบูรณ์ มาจากนักท่องเที่ยวชาวเบลเยียม/ จังหวัดตากมาจากนักท่องเที่ยวชาวปากีสถาน //ส่วนผู้ติดเชื้อรายแรกที่เป็นคนไทยเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ในจังหวัดชลบุรีนครปฐม  เดินทางกลับมาจากประเทศจีน / นครศรีธรรมราช เดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่าน/ ปทุมธานี และสระบุรีเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น / พระนครศรีอยุธยาและลำพูนเดินทางกลับมาจากประเทศ อินโดนีเซีย/ จังหวัดแม่ฮ่องสอนเดินทางกลับมาจากประเทศปากีสถาน / จังหวัดยโสธรเดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรีย/ สระแก้วและเชียงรายเดินทางกลับมาจากประเทศกัมพูชา /อุตรดิตถ์เดินทางกลับมาจากประเทศกาตาร์/ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซียร่วมพิธีทางศาสนา
ซึ่งนายแพทย์ทวีศิป์ เน้นย้ำว่า ยังมีผู้ที่ต้องการเดินทางกลับจากต่างประเทศอีกจำนวนมาก โดยรัฐบาลมีการขีดวงชัดเจนและดูแลผู้ที่เดินทางกลับตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถกลับสู่ครอบครัวได้อย่างปกติ  แต่คนที่อยู่ภายในประเทศอีก 60 กว่าล้านคน ก็ต้องดูแลตัวเองเช่นกันและอยู่ในพื้นที่บ้านตนเองให้ได้มากที่สุดเพื่อลดปริมาณการติดเชื้อลง
ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายผู้ที่เข้าข่ายการสอบสวนโรค ดังต่อไปนี้ให้สามารถเข้าตรวจคัดกรองโรคไวรัสโควิด 19 ได้ฟรี ประกอบไปด้วยการเฝ้าระวังที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ มีประวัติเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยหากพบมีอุณหภูมิร่างกาย 37.3 หรือมีอาการของระบบทางเดินหายใจ // ผู้ที่เข้าข่ายต้องระวัง ในสถานพยาบาล ต้องมีอุณหภูมิร่างกาย ไม่ต่ำกว่า 37.5 หรือมีประวัติเป็นไข้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ หรือผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ โดยมีปัจจัยเสี่ยงมีประวัติ เดินทางไปยังพื้นที่เกิดโรค ประกอบอาชีพเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวหรือสถานที่แออัดหรือต้องติดต่อกับคนจำนวนมาก ไปในสถานที่ชุมชนหรือสถานที่ที่มีคนกลุ่มมาก รวมไปถึงสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อ

การเฝ้าระวังในบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขโดยต้องมีอุณหภูมิร่างกายไม่ต่ำกว่า 37.5 องศามีประวัติเป็นไข้หรือมีอาการทางระบบหายใจผิดปกติหรือมีโรคปอดอักเสบ โดยทุกรายแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย ว่ามีโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด 19 มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยหรือเสี่ยงหรือต้องสงสัยว่าป่วย// การเฝ้าระวังอาการป่วยแบบเป็นกลุ่มก้อน คือผู้ที่มีอาการ ทางเดินหายใจผิดปกติซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่รวมกลุ่มกัน 3 คนขึ้นไปหรือบุคคลธรรมดาที่อยู่ในสถานที่แห่งเดียวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
ส่วนด้านมาตรการการประกาศเคอร์ฟิวมีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถานทั้งสิ้น 1150 6 คนมั่วสุมชุมนุมทั้งสิ้น 72 คนรวม 1232 คน มีการตักเตือนไปแล้ว 135 คนและดำเนินคดี 949 คน
ด้าน กระแสวิพากษ์วิจารณ์การตรวจหาเชื้อ ภายในประเทศ นายแพทย์ทวีศิลป์ระบุว่า แม้ว่าในวันนี้จะตรวจไม่พบเชื้อก็ไม่สามารถไว้วางใจได้และไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว หากพรุ่งนี้เดินทางออกไปข้างนอกก็เสี่ยงอยู่ดี การขีดวงตรวจโรคจึงถือเป็นวิธีการที่เหมาะสม ตามหลักระบาดวิทยาจึงถือว่าเป็นที่ยอมรับทั่วโลก  พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้ออย่างแน่นอน และยังเปรียบเทียบตามสำนวนสุภาษิตไทยว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดก็ไม่มิด ซึ่งโรคแม้จะตัวเล็ก นิดเดียว ปิดเท่าไหร่ก็รู้เพราะทุกวันนี้มีสังคม Social Media จะปิดหรือซ่อนไม่ได้
ขณะนี้มีห้องปฏิบัติการทั้งหมด 80 ห้องและจะขยายเป็น 110 ห้องทั่วประเทศซึ่งขณะนี้เองในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งหมด 33 แห่งซึ่งคาดว่าเพียงพอ เพราะการตรวจหาเชื้อทั้งหมดทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 20,000 เทส และขณะนี้เองก็ยังไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจ 1 แสน เทสต่อวันโดยจะเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้นายแพทย์วิษณุยังขอเวลารวบรวมตัวเลขบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อเนื่องจากมีทั้งบุคลากรที่ติดเชื้อเองและมีความเสี่ยงใกล้ชิดผู้ติดเชื้อจึงทำการกักกันโรคอยู่ที่บ้าน

ข่าวล่าสุด