เมื่อวันที่ 2 เม.ย.63 เวลา 12.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า วันนี้ (2 เม.ย.) มีการประชุม ศบค. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยมีข่าวดีสำหรับประเทศไทย คือ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้แทนบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ได้มอบชุดตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด -19 ให้รัฐบาลจำนวน 2 หมื่นชุดแรก และจะทยอยส่งมอบให้รัฐบาลจนครบ 1 แสนชุดภายในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งจะกระจายให้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเมื่อก่อนเราต้องสั่งซื้อชุดละ 4,500 บาท แต่ตอนนี้เราผลิตได้เอง ทำให้เหลือราคาชุดละ 1,500 บาท เป็นการประหยัดงบประมาณได้มาก
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก มียอดสะสม 934,668 ราย เสียชีวิต 47,181 ราย สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 104 ราย ยอดสะสม 1,875 ราย หายป่วยแล้ว 505 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย รวม 15 ราย ในส่วนของผู้เสียชีวิตรายใหม่ รายแรกคือ ผู้ป่วยชาย 57 ปี มีประวัติเดินทางมาจากปากีสถานในวันที่ 29 มี.ค. และเดินทางด้วยรถไฟไปสุโหงโกลกในวันที่ 30 มี.ค. และเสียชีวิตบนรถไฟที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ในวันที่ 31 มี.ค. ตรวจสอบแล้วมีโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วย รายที่สอง ชายไทยอายุ 77 ปี มีโรคถุงลมโป่งพอง เบาหวาน มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน เมื่อวันที่ 18 มี.ค. มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ รักษาตัวในโรงพยาบาลปัตตานี กระทั่งอาการแย่ลงและเสียชีวิตลงในวันที่ 31 มี.ค. และรายที่สาม เป็นชายไทยอายุ 55 ปี อาชีพขับรถสาธารณะที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่าขับรถไป จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. และกลับ กทม.วันที่ 16 มี.ค. จากนั้นวันที่ 18 มี.ค. มีอาการไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย และเข้ารักษาตัวที่คลินิกวันที่ 20 มี.ค. และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม.วันที่ 29 มี.ค. และเสียชีวิตในวันที่ 1 เม.ย.
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 104 รายนั้น พบว่า กลุ่มแรกมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน และเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วย 60 ราย กลุ่มสองจำนวน 36 ราย มีประวัติเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ สัมผัสผู้ป่วย อยู่ในพื้นที่แออัด และเป็นบุคลากรทางแพทย์ ซึ่งในกลุ่มที่สองนี้นายกฯให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อมโยงกับการเดินทางมาจากต่างประเทศ ที่ประชุม ศบค.จึงมีมติให้ชะลอการเดินทางของคนไทยและคนต่างชาติที่จะเข้าประเทศตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 เม.ย. ยกเว้นกลุ่มคนที่ขออนุญาตไว้ก่อนแล้ว เพราะเสี่ยงที่จะทำให้คนในชาติติดเชื้อ จึงเป็นบทเรียนเอามาปรับใช้ โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) จะทำข้อมูลเพื่อไปแจ้งต่อประชาชน ส่วนคนที่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางกลับ ให้ติดต่อสถานทูตนั้นๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเข้มงวดที่สุด ส่วนนักเรียนไทยในมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส) นายกฯมีความห่วงใยคนไทยทุกคนในต่างประเทศ ซึ่งปลัด กต.ยังสามารถติดตามได้ทุกคน หากมีอะไรให้ผู้ปกครองติดต่อ กต. หรือหากนักเรียนมีความสงสัยว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้ติดต่อสถานกงสุลในแต่ละเมือง เราขอให้เลื่อนการเดินทางออกไปช้าหน่อย เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นค่อยเดินทางมา ขอให้ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง อยู่กับที่ปลอดภัยที่สุด เพราะการเดินทางก็มีความเสี่ยง ถ้าท่านไม่ได้มีความเร่งรีบ ขอให้ชะลอการเดินทางไว้ก่อน ทำอย่างที่ผู้นำบอก เราจะได้ผ่านพ้นไปด้วยกัน