เนชั่นทีวี

ข่าว

อัยการอยุธยา ฟ้อง 18 โจ๋ ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินคดีเฉียบขาดตามมาตรการ อสส.ช่วยคุมโควิดระบาด

02 เม.ย. 2563 | Nattawut

อัยการอยุธยา ฟ้อง 18 โจ๋ ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินคดีเฉียบขาดตามมาตรการ อสส.ช่วยคุมโควิดระบาด

อัยการอยุธยา ฟ้อง 18 โจ๋ ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินคดีเฉียบขาดตามมาตรการ อสส.ช่วยคุมโควิดระบาด สำนักข่าวเนชั่น ศาลแขวงอยุธยา จำคุก 1-4 เดือนไม่รอลงอาญา 18 โจ๋ชายหญิง ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-เสพยา รวมตัวแพปลา ยังมี 8 คนฟ้องศาลจังหวัด-เยาวชน 1 คนส่งอัยการตามขั้นตอน 2 เม.ย.63

นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เปิดเผย ถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่รัฐบาลประกาศใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา นางนารีรัตน์ ไพศาลธนวัฒน์ อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ได้ยื่นฟ้อง น.ส.สายลม แก้วดี กับพวกรวม 18 คน ต่อศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ในความผิดฐาน ร่วมกันชุมนุม ทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และความผิดเสพเมทเเอมเฟตามีนยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย

อัยการอยุธยา ฟ้อง 18 โจ๋ ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินคดีเฉียบขาดตามมาตรการ อสส.ช่วยคุมโควิดระบาด



อัยการอยุธยา ฟ้อง 18 โจ๋ ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินคดีเฉียบขาดตามมาตรการ อสส.ช่วยคุมโควิดระบาด


(นางนารีรัตน์ ไพศาลธนวัฒน์)
ซึ่งอัยการได้บรรยายฟ้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.63 เวลา 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช่างใหญ่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากรวมกลุ่มมั่วสุมกัน สังสรรค์และมีการเสพยาเสพติดที่แพตกปลาแห่งหนึ่ง ริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ ต.ราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสนธิกำลังเข้าตรวจค้น ซึ่งพบวัยรุ่นหญิง-ชาย รวม 27 คน ในจำนวนนั้นมีผู้ต้องหาเป็นเยาวชน 1 คนกำลังมั่วสุม สังสรรค์ โดยพบยาเสพติดเป็นกัญชาแห้ง , เคตามีน , ยาอี พร้อมอุปกรณ์การเสพยาเสพติด จึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดยาเสพติดและอุปกรณ์เป็นของกลาง และแจ้งข้อหาตามฟ้อง 
ต่อมาวันที่ 1 เม.ย. พนักงานสอบสวน สภ.ช้างใหญ่ ได้นำตัว ผู้ต้องหาจำนวน 18 คน พร้อมสำนวนหลักฐาน ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา เพื่อยื่นฟ้องคดีตามขั้นตอน ซึ่งศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา ได้มีคำพิพากษาให้จำคุก จำเลยที่ 1-2 คนละ 1 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ฐานร่วมกันชุมนุม ทำกิจกรรมหรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ส่วนจำเลยที่ 3-18 จำคุกคนละ 4 เดือนโดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนฯ และการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สำหรับผู้ต้องหาที่เหลือ 8 คน ได้แยกดำเนินคดียังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอีก 1 คน ก็แยกส่งสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 
ทั้งนี้ นายประยุทธ รองโฆษกอัยการฯ ยังกล่าวถึงแนวทางการดำเนินคดีต่างๆ ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 ด้วยว่า ตามนโยบายของนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือที่ อส 0001/ว 140 ลงวันที่ 31 มี.ค.63 แจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาด กับผู้ทำการกักตุนสินค้าอุปโภค บริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม , การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ ความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดคล้องกับการที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะหยุดการแพร่ระบาดและป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ที่ให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงได้โดยเร็วและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อันเป็นการซ้ำเติมต่อประชาชน

ข่าวล่าสุด