วันที่ 1 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายนงานว่า ทางผู้ใช้เฟซบุ๊ค ชื่อา"หวานใจ โดเรมอน" ซึ่งเป็นเจ้หน้าที่สาธารณสุข ปฏิบัติงานส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการโพสต์ว่า "อยู่บ้านเพื่อหมอ.เพื่อเจ้าที่..กลุ่มนี้คงไม่รู้จัก...เวลาประมาณ ตี 4 มีรถเก๋งขับมาจอดตรงจุดหน้าคัดกรองอย่างเร็ว.เราก็ออกไป.สแกนไข้ตามระเบียบคัดกรอง.กลุ่มเด็กวัยรุ่น.ลงรถเก๋งมาประมาณ.5คน แต่ละคนอายุประมาณ 15-18 ไม่มีใครใส่แมสสักคน..เราก็บอกว่าน้องใส่แมสก่อนขึ้นไปตรวจคับ..มันจ้องหน้าเราไม่พูดเดินขึ้นไปห้องฉุกเฉินเฉยเราเตือนอีกรอบ ทีนี้มันตะคอกใส่เราบอกว่ารู้แล้ว.ไปเที่ยวมาเลยไม่ได้ใส่..สักพัก.มีมอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาในรพประมาณเกือบ10คัน.ไม่มีใครใส่แมสเหมือนกัน..แล้วพูดเสียงดังโวยวายพูดประขดแดกดัน...ทำเดินวนไปมาจ้องหน้าขู่.สักพักแว้นรถออกไปเสียงรถลากยาว..ยกนิ้วกลางแถมให้เราอีก...ไว้อาลัย.จิงๆ"
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามถึงเหตุกาณรณ์ดังกล่าว โดยเจ้าตัวได้เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. โดยตนเองได้ปฏิบัติหน้าที่ที่จุดคัดกรองวัดอุณหภูมิสแกนไข้ ที่บริเวณทางเข้า รพ.นครพิงค์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยเวลาดังกล่าวได้มีกลุ่มวัยรุ่นชาย-หญิงอายุประมาณ 15-18 ปี จำนวน 5 คน ลงจากรถเก๋ง นำเพื่อนชายซึ่งได้รับบาดเจ็บอ้างว่าเกิดจากการหกล้ม ปวดข้อมือ แต่ละคนไม่ใส่แมสปิดจมูกแต่อย่างใด จึงอนุญาตให้คนเจ็บเพียงคนเดียวเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน พร้อมกับกล่าวตักเตือนกลุ่มวัยรุ่นว่าทำไมไม่ใส่แมส กลับสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มวัยรุ่น ได้พูดตะคอกตอบกลับมาว่า"รู้แล้ว" ไปเที่ยวกันมาเลยไม่ได้ใส่แล้วก็พากันออกจากโรงพยาบาลไป ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจ
จากนั้นไม่นานได้มีมีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะรวมประมาณ 10 กว่าคนทั้งชาย-หญิง แต่ละคนไม่ได้ใส่แมสเช่นกัน เข้ามาที่โรงพยาบาลอีกแสดงอาการไม่พอใจเจ้าหน้าที่จุดคัดกรอง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดดอนแก้ว มาควบคุมสถานการณ์หวั่นเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น ทางกลุ่มวัยรุ่นยังแสดงอาการกร้าวร้าวขึ้นนั่งบนราวเหล็กกั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ขอร้องอย่าขึ้นไปนั่งเพราะทางรพ.ห้ามนั่งบนราวเหล็กกั้น และ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจาให้แยกย้ายกลับบ้าน
แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ไม่ยอมกลับง่ายๆเดินวนไปมา พูดประชดต่างๆนานาจ้องหน้าแสดงความไม่พอใจ สักครู่ได้พากันกลับแว้นรถจักรยานยนต์ พร้อมยกนิ้วกลางให้เจ้าหน้าที่อีก ส่วนเด็กวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บทางแพทย์ได้เอ็กซเรย์ที่ข้อมือกระดูกไม่แตกหัก พร้อมกับอนุญาตให้ผู้ปกครองนำตัวกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ฯกล่าวอีกว่า นับเป็นพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่เหมาะสมในช่วงที่มีการเข้มงวดกวดขันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19