นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. แถลงสรุปสถานการณ์ประจำวันพุธ ที่ 1 เมษายน 2563 ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมียอดผู้ป่วยในลำดับที่ 35 ของโลก มีผู้ป่วยใหม่ 120 คน รวมยอดตำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,771 คน เสียชีวิต เพิ่ม 2 ราย รวม 12 ราย รายแรก เป็นชาย วัย 79 ปี อาศัยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโรคประจำตัว เบาหวาน และไตวายเรื้อรัง และมีประวัติเดินทางไปร่วมงานแต่งงาน ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 7 มีนาคม โดยเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 20 มีนาคมในฐานะผู้ป่วยนอก และกลับเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลอีกครั้งในวันที่ 27 มีนาคม ด้วนอาการไข้สูง 39.1 องศา มีอาการปอดอักเสบ และเสียชีวิตในวันที่ 31 มีนาคม เวลา 08.00 น. /ส่วนอีกราย เป็นนักธุรกิจ วัย 58 ปี ที่กลับจากประเทศอังกฤษ เดินทางกลับมายังประเทศไทยวันที่ 24 มีนาคมและเข้ารับการรักษาตัวในวันที่ 15 มีนาคม โดยเสียชีวิตวันที่ 31 มีนาคม เวลา 09.00 น. ซึ่งในรายที่ 2 จะต้องหาสาเหตุการเสียชีวิตเพิ่มเติม
ทั้งนี้ โฆษก ศบค. ระบุกราฟตัวเลขผู้ป่วยสะสม ยังพุ่งทะแยงขึ้น ซึ่งยังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ แม้วันนี้ตัวเลข จะอยู่ที่ 120 คน โดยจำนวนนี้แบ่งเป็นมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน 51 คน ประกอบด้วยสนามมวย 1 คน /สถานบันเทิง 11 คน / และ ผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 39 คน เป็นคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 คน ร่วมพิธีกรรมศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย 16 คน ชาวต่างชาติเดินทางกลับจากต่างประเทศ 2 คน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขติดเชื้อเพิ่ม 1 คน
โดยผู้ป่วยใหม่ 120 คน พบ 16 จังหวัด กรุงเทพมหานคร 43 คน / สมุทรปราการ 23 คน /ภูเก็ต 11 คน /กระบี่ นนทบุรี ปทุมธานี บุรีรัมย์ สงขลา และชลบุรี จังหวัดละ 2 /คน ฉะเชิงเทรา นครปฐม ศรีสะเกษ สมุทรสาคร สระบุรีหนองบัวลำภู อุบลราชธานี จังหวัดละ 1 คน /และอยู่ระหว่างสอบสวน 24 คน
ทั้งนี้จากแผนที่แสดงจังหวัดยืนยันผู้ป่วย ติดเชื้อแล้ว 60 จังหวัด / กรุงเทพมหานคร 850 คน/ นนทบุรี 104 คน/ สมุทรปราการ 72 คน/ ภูเก็ต 71 คน /ชลบุรี 47 คน /ยะลา 35 คน/ ปัตตานี 34 เป็นต้น
โดยสถิติจังหวัดที่พบผู้ป่วยใหม่ระหว่างวันที่ 25 ถึง 31 มีนาคม ซึ่งไม่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ในระยะ 2 สัปดาห์พบว่า ในพื้นที่จังหวัดชุมพร นครพนม พิษณุโลก พะเยา หนองคาย อำนาจเจริญ มุกดาหาร และลำพูน พบผู้ป่วยเดินทางกลับจากกรุงเทพฯและเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง // สวนในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและอุทัยธานี พบผู้ป่วยติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยนอกพื้นที่ // จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ อุตรดิตถ์ พบผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับจากต่างประเทศ// จังหวัดมุกดาหาร เป็นบุคลากรทางการแพทย์สัมผัสจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร // จังหวัดสุพรรณบุรี มีประวัติอาชีพเสี่ยง ในกลุ่มร้านเสริมสวยจังหวัดภูเก็ต //และอีก 1 รายของจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวข้องกับสนามมวย
ซึ่งโฆษก ศบค. เปิดเผยสถิติถึงมาตรการอยู่บ้านลดเชื้อ แต่ตัวเลขสวนทาง ตั้งแต่ ปลายเดือน มีนาคม ที่ตัวเลขกราฟ สูงกว่า ต้นเดือน สะท้อน การอยู่บ้าน แต่ไม่ได้เว้นระยะห่างของคนในบ้าน ทำให้ ตัวเลขการติดเชื้อยังสูง ซึ่งต้องเพิ่มมาตรการกับตัวเอง ด้วยการเพิ่มระยะห่างของบุคคลระยะ 2 เมตร หมั่นล้างมือบ่อยๆ รวมถึง กินร้อนช้อนกลางส่วนตัว และต้องสวมหน้ากากอนามัยภายในบ้าน เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่า ใครในบ้านจะเป็นผู้แพร่เชื้อ
ส่วนการประกาศปิดสนามมวยในช่วงต้นเดือนมีนาคม (6 มี.ค.) พบว่าผู้ป่วยติดเชื้อ มีระยะรับเชื้อ 5-7 วันทำให้ตัวเลขสูงสุดในวันที่ 21-22 มีนาคมที่ผ่านมาซึ่งขณะนี้เองสามารถควบคุม การแพร่ระบาดได้ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อนั้นลดลง ส่วนผู้ที่กลับจากพื้นที่เสี่ยงอย่างในต่างประเทศ มีทั้งหมด 147 รายพบว่าการกักกันตัวนั้นยังทำไม่ได้ดีเพราะจำนวนตัวเลขผู้ป่วยยังคงพุ่งสูงขึ้น ขณะที่มีรายงานว่าจำนวนผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากประเทศมาเลเซียยังคงมีจำนวน ไม่คงที่ขึ้นและลงอยู่ตลอดเวลา ตัวเองยอมรับผิดว่าการปิดสถานที่ชุมชน ไม่ได้ผลยังคงมีกราฟของ จำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นซึ่งหมายความว่าจะต้องมีการยกมาตรการเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยให้แต่ละพื้นที่เป็นผู้พิจารณา
ทั้งนี้ โฆษก ศบค. ประเมิน สถานการณ์ ตลอด 1 เดือนมีนาคม ว่า ถือเป็นวิกฤต ที่มีผู้ติดเชื้อเกือบทั้งประเทศ โดย เดือนมีนาคม เห็นการเปลี่ยนแปลงจากมาตรการต่างๆของรัฐบาลที่ลงไปในพื้นที่ 26 มีนาคม ที่ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเมื่อครบสัปดาห์ ตัวเลขที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์นี้ไปจนถึงปลายสัปดาห์หน้า จะเป็น ผลของการทำงานที่เข้มงวดของทุกหน่วยงาน และศบค. เชื่อว่า น่าจะลดลง แต่ตอนนี้ยังไม่ลด ประชาชนต้องเข้มงวดมากกว่านี้ ร่วมมือให้ได้ 90%
ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ที่สำรวจ ระดับความเครียด สามสัปดาห์ ในเดือนมีนาคม พบว่า สัปดาห์สุดท้ายของเดือน มีระดับความเครียดเพิ่มขึ้น โดยเครียดมากที่สุด 3.7 % เครียดปานกลางกับน้อย ยังเป็น ส่วนใหญ่ หมายความว่าคนที่ตระหนก ยังมีบ้าง อยากให้เครียดปานกลางคือดีที่สุด เครียดน้อยอาจหย่อนยานได้
ส่วนยังมีบางพื้นที่ยังมีการมั่วสุมชุมนุมกันอยู่นั้น ได้มีการออกคำสั่งจากศบค.ออกไปแล้ว ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้นำไปสู่การปฏิบัติ และประชาชนเองต้องร่วมมือกัน ซึ่งพลตำรวจโท ปิยะอุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้อธิบายต่อว่า หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด การกระทำแม้ว่าจะเป็นกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท อย่างพ.ร.บ.โรคติดต่อและพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมขอเตือนประชาชนอย่าฝ่าฝืนเนื่องจากจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างหนัก โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นเพราะถือว่าเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
ทั้งนี้พลตำรวจโทปิยะ ยังระบุ ถึงกรณีการห้ามประชาชนออกนอกบ้านในหลายจังหวัด ว่าสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือการขอความร่วมมือ ปฏิบัติพากย์เป็นกิจจำเป็นที่ต้องเดินทางก็สามารถให้เดินทางเข้าออกได้อย่างการประกาศในพื้นที่นนทบุรี ก็สามารถเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อทำงานได้ตามปกติ ส่วนในบางจังหวัดอย่างแม่ฮ่องสอนที่มีการประกาศปิดจังหวัดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อมาตรา 35 ไม่ให้เข้าหรือออก หากฝ่าฝืนเข้าออกก็จะถือว่าเป็นการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ด่านตรวจทั้ง 490 แห่ง จะเน้นย้ำการคัดกรองคนข้ามจังหวัด และยังมีด่าน เคลื่อนที่ ของหน่วยเคลื่อนที่เร็วทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่จะคอยสอดส่อง และหากตักเตือน ประชาชนแล้วไม่มีการเชื่อ จะต้องดำเนินคดี โดยขอให้ประชาชนนั้นฟังเจ้าหน้าที่เป็นหลัก
ส่วนการเดินทางกลับประเทศของนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS จากประเทศสหรัฐอเมริกานายเชิดเกียรติ อัตถากร เปิดเผยว่ามีการประสานงานกันระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงการต่างประเทศโดยจะใช้ลักษณะเดียวกับการดูแลนักเรียนแลกเปลี่ยนในประเทศอิตาลีที่เดินทางกลับมาก่อนหน้านี้ ซึ่งมีการประสานกับ AFS International อย่างใกล้ชิดโดย มีนักเรียนเดินทางกลับมาแล้วบางส่วนเนื่องจากมีการยกเลิกโครงการไปก่อนการแพร่ระบาดและเหลือนักเรียนแลกเปลี่ยนจำนวนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ส่วนที่ผู้ปกครองยังคงกังวล และเป็นห่วงนั้น ขณะนี้เครื่องบินพาณิชย์จากสหรัฐอเมริกายังสามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้อยู่ในลักษณะการทยอยเดินทางกลับซึ่งมีการประสานงานกับสถานทูตอเมริการวมถึงมูลนิธิและโฮสแฟมิลี่อยู่ ซึ่งคาดการณ์ว่านักเรียนแลกเปลี่ยนทั้งหมดจะสามารถเดินทางกลับไทยได้ในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยนักเรียนแลกเปลี่ยนจะต้องมีเอกสาร 2 ฉบับประกอบด้วยหนังสือรับรองจากสถานทูตและใบรับรองแพทย์ให้สามารถเดินทางขึ้นเครื่องได้ ทั้งนี้ยังขอให้รอติดตามมาตรการต่างๆที่จะออกมา
ส่วนสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขยังคงอยู่ในหลักร้อยราย นายแพทย์ทวีศิลป์ ยืนยันว่า ตัวเลขของการแถลงในแต่ละวันนั้นเป็นตัวเลขแท้จริงตามการบริหารจัดการ สวนกระแสการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเครื่องมือตรวจไม่เพียงพอหรือไม่นั้นยอมรับว่าในช่วงแรกมีปัญหาเนื่องจากต้องตรวจสอบของแลป แต่ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มมากขึ้นและสามารถตรวจสอบได้ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลกว่า 10,000 Test ต่อวันและพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 10,000 testต่อวัน ซึ่งจากการตรวจพบว่าส่วนใหญ่ 1 ใน 3 เป็นการตรวจอาการของคนปกติแต่ตื่นตระหนกทำให้ผลเป็นลบจำนวนมาก ซึ่งยอมรับว่าเสียเวลากับผู้ที่ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก จึงขอร้องให้ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาตรวจนั้นเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมีอาการเท่านั้น