เนชั่นทีวี

ข่าว

กลัวโรคระบาด...ห้องกัก "ตม.-สถานพินิจฯ" เสี่ยงซ้ำรอยบุรีรัมย์

30 มี.ค. 2563 | jirasin_yin

กลัวโรคระบาด...ห้องกัก "ตม.-สถานพินิจฯ" เสี่ยงซ้ำรอยบุรีรัมย์

เหตุการณ์จลาจลที่เรือนจำบุรีรัมย์ มีสาเหตุหลักมาจากปัญหาความแออัดยัดเยียดภายในเรือนจำด้วยอย่างแน่นอน โดยมีกระแสความตื่นกลัวโรคระบาด โควิด-19 เป็นแรงกระตุ้น ทำให้นักโทษและผู้ต้องขังบางส่วนเลือกใช้ความรุนแรง

ส่องเฉพาะเรือนจำบุรีรัมย์ มีนักโทษและผู้ต้องขังเกินความจุที่เรือนจำจะรับได้มากกว่า 200 คน แม้ว่าจะได้ขยายความจุแบบเต็มพิกัดเพิ่มขึ้นถึง 30% แล้ว แต่ก็ยังมีผู้ต้องขังเกินความจุอยู่ดี ไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์ในภาพรวม จากข้อมูลของกรมราชทัณฑ์เอง มีผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศราว 377,000 คน ขณะที่ความจุของเรือนจำทุกแห่งรวมกันอยู่ที่ 250,000 คนเท่านั้น สะท้อนว่ามีจำนวนผู้ต้องขังเกินกว่าความจุมาถึงกว่า 127,000 คน จนเป็นที่ทราบกันว่าผู้ต้องขังแต่ละคนมีที่นอนคนละไม่ถึง 1 ตารางเมตร ฉะนั้นจึงลืมไปได้เลยหากจะใช้มาตรการ "ระยะห่างทางสังคม" หรือ  social distancing ป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ 
สถานการณ์ที่บุรีรัมย์ จริงๆ มีสัญญาณเตือนมาแล้วจากต่างประเทศ คือ ที่อิตาลี และโคลัมเบีย / นักโทษที่นั่นเกิดความเครียด และกลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงก่อจลาจล แต่ละแห่งมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน จากการเก็บข้อมูลของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ มีมาตรการเชิงรุกเสนอเพิ่มเติมจากมาตรการของกรมราชทัณฑ์ คือ พิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วนที่อยู่ในข่ายสมควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อบรรเทาความแออัดของเรือนจำโดยด่วน ประกอบด้วย 
- นักโทษเด็ดขาด (หมายถึงคดีถึงที่สุดแล้ว) ที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี กลุ่มนี้มีจำนวน 72,000 คน 
- "ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา" ซึ่งหมายถึงผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดี ต้องถูกคุมขังทั้งๆ ที่คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะไม่ได้รับประกันตัว รวมทั้งมีบางรายถูกกักขังแทนค่าปรับ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ กลุ่มนี้มีราวๆ 67,000 คน นับเป็นสถิติที่สูงมากแห่งหนึ่งของโลก 
- ผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับอันตรายถึงชีวิตหากโควิดระบาด ทุกเรือนจำมีผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปีที่คดีถึงที่สุดแล้วรวมกันราวๆ 5,800 คน 

- กลุ่มผู้ต้องขังคดีลหุโทษ หรือความผิดเล็กๆ น้อยๆ เช่น กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ กระทำผิด พ.ร.บ.การพนัน หรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มนี้มีอีก 9,000 คน
ผู้ต้องขังเหล่านี้ กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอาจพิจารณาร่วมกัน เพื่อใช้วิธีการปล่อยชั่วคราว (ให้ประกันตัว) หรือปล่อยก่อนกำหนด หรือพักโทษ หรือใช้มาตรการอื่นแทนการคุมขัง เช่น สวมกำไลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขัง ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความแออัดในเรือนจำไปในตัว 
ที่ผ่านมาหลายประเทศก็เริ่มพิจารณาใช้มาตรการเหล่านี้บ้างแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อิหร่าน อินเดีย เป็นต้น บางประเทศนำระบบเยี่ยมญาติออนไลน์มาใช้ เพื่อลดความเครียดของผู้ต้องขังด้วย ดอกเตอร์ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ผู้อำนวยการ TIJ บอกด้วยว่า ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที ถือเป็นมาตรการระยะสั้นเพื่อแก้วิกฤติไปก่อน และต้องพิจารณาเพิ่มเติมไปถึงห้องกักของ ตม. หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลาม  
สำหรับระยะยาวคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องพูดคุยกันอย่างจริงจึงถึงการใช้มาตรการอื่นแทนการคุมขัง เพราะจากสภาพที่เป็นอยู่ ชัดเจนว่าเมืองไทยใช้โทษจำคุกฟุ่มเฟือยเกินไป จนมีปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำติดอันดับสูงสุดของโลก

ข่าวล่าสุด