ส่องเฉพาะเรือนจำบุรีรัมย์ มีนักโทษและผู้ต้องขังเกินความจุที่เรือนจำจะรับได้มากกว่า 200 คน แม้ว่าจะได้ขยายความจุแบบเต็มพิกัดเพิ่มขึ้นถึง 30% แล้ว แต่ก็ยังมีผู้ต้องขังเกินความจุอยู่ดี ไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์ในภาพรวม จากข้อมูลของกรมราชทัณฑ์เอง มีผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศราว 377,000 คน ขณะที่ความจุของเรือนจำทุกแห่งรวมกันอยู่ที่ 250,000 คนเท่านั้น สะท้อนว่ามีจำนวนผู้ต้องขังเกินกว่าความจุมาถึงกว่า 127,000 คน จนเป็นที่ทราบกันว่าผู้ต้องขังแต่ละคนมีที่นอนคนละไม่ถึง 1 ตารางเมตร ฉะนั้นจึงลืมไปได้เลยหากจะใช้มาตรการ "ระยะห่างทางสังคม" หรือ social distancing ป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำ
สถานการณ์ที่บุรีรัมย์ จริงๆ มีสัญญาณเตือนมาแล้วจากต่างประเทศ คือ ที่อิตาลี และโคลัมเบีย / นักโทษที่นั่นเกิดความเครียด และกลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงก่อจลาจล แต่ละแห่งมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน จากการเก็บข้อมูลของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย หรือ TIJ มีมาตรการเชิงรุกเสนอเพิ่มเติมจากมาตรการของกรมราชทัณฑ์ คือ พิจารณาให้ปล่อยชั่วคราว หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วนที่อยู่ในข่ายสมควรได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ เพื่อบรรเทาความแออัดของเรือนจำโดยด่วน ประกอบด้วย
- นักโทษเด็ดขาด (หมายถึงคดีถึงที่สุดแล้ว) ที่เหลือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี กลุ่มนี้มีจำนวน 72,000 คน
- "ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา" ซึ่งหมายถึงผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดี ต้องถูกคุมขังทั้งๆ ที่คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะไม่ได้รับประกันตัว รวมทั้งมีบางรายถูกกักขังแทนค่าปรับ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ กลุ่มนี้มีราวๆ 67,000 คน นับเป็นสถิติที่สูงมากแห่งหนึ่งของโลก
- ผู้ต้องขังสูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับอันตรายถึงชีวิตหากโควิดระบาด ทุกเรือนจำมีผู้ต้องขังอายุเกิน 60 ปีที่คดีถึงที่สุดแล้วรวมกันราวๆ 5,800 คน