นายปฐมพล สาวทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) (TPOLY) เปิดเผยว่า ในปี 2562 ถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจอาจไม่ค่อยสดใส แต่การดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในทุกธุรกิจ โดยมียอดขายรวม 3,798 ล้านบาท เติบโต 12% สินทรัพย์โตขึ้น 37% ขณะที่หนี้สินโตขึ้น 60% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมาจากงานรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน (working cap) ที่เพิ่มขึ้นเป็นปกติ นอกนั้นเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของธุรกิจโรงไฟฟ้า 4 โรงที่กำลังจะไฟเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ (COD) โดยสภาพคล่องในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากส่วนงบเดี่ยวธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยอดขาย 3,716 ล้านบาท เติบโตแบบโดดเด่นที่ 76% จากปีก่อนที่ 2,108 ล้านบาท โดยมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นปีอยู่เกือบ 4,000 ล้านบาท แม้ว่าจะตัดงาน IOT ออกไป ซึ่งบริษัทฯอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิ เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดำเนินการด้วยความโปร่งใสสำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2563 ตั้งเป้ายอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยมีเป้า Backlog เพิ่ม อีกประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงกลางๆ ปี หรือเร็วกว่านั้น คาดว่าจะได้รับข่าวดีคือการได้งานเพิ่มกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานก่อสร้างอาคารโรงแรมขนาดใหญ่ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าซึ่งจะรับรู้จากบริษัทในเครือคือ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH คาดว่ายอดขายจะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากการ COD โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 4 โรง คือ โรงไฟฟ้าปัตตานี, TPCH 1, TPCH 2 และ TPCH 5 หากรวมของเดิม 6 โรง ที่จะขายไฟได้เต็มปี และอีก 4 โรงที่ขายไฟเพิ่มได้อีกอย่างน้อย 7 เดือน รวมเป็น 10 โรง ผลักดันยอดขายรวมทุกธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย Margin คาดว่าจะดีกว่าปีก่อน จากสัดส่วนรายได้ต่อรายได้รวมของโรงไฟฟ้าที่สูงขึ้นแนวโน้มอุตสาหกรรมทั้งรับเหมาก่อสร้างและโรงไฟฟ้า คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 น้อยมาก โดยอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังคงได้รับอานิสงส์จากเมกะโปรเจค และ EEC ซึ่งจะทำให้เกิดโครงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนผุดขึ้นอีกมาก อาจจะมีการเลื่อน Bidding ไปบ้างแต่ก็ไม่มากส่วนโรงไฟฟ้าก็สามารถจ่ายไฟเข้าระบบได้ตามสัญญาการขายไฟให้กับการไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯไม่ได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 โดยมีแผนปฏิบัติการที่เคร่งครัด และรัดกุม ทั้งภายในสำนักงานใหญ่และทุกๆ Project ของบริษัทฯ จนถึงขณะนี้ทั้งผู้บริหารและพนักงานยังไม่มีใครได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้