พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ความเสี่ยงอีกอย่างที่น่าเป็นห่วงคือการที่ลูกหลานออกไปข้างนอกแล้วกลับมาอยู่กับกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ จึงจำเป็นก็ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างไรก็ตาม สำหรับบทลงโทษ ถ้าฝ่าฝืนมาตรการและข้อกำหนดจริงๆจะรับโทษหนักจำคุก 2 ปีปรับ 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับแต่เราไม่อยากใช้มาตรการลงโทษขนาดนั้น จึงขอความร่วมมือกันก่อนให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดแต่ถ้ายังไม่เชื่อฟังกันอีกก็ต้องเพิ่มความเข้มข้น และบทลงโทษต่อๆ ไปซึ่งบทลงโทษถึงวันนี้เจ้าหน้าที่จะจริงจังแล้ว แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับเจตนาว่ามีเจตนาร้ายหรือดีมากน้อยแค่ไหน
ทั้งนี้ รายงานข่าวจากที่ประชุม ศบค.เปิดเผยว่า กระทรวงต่างประเทศแสดงความเป็นห่วงตามแนวชายแดนรอบประเทศเป็นพิเศษ ว่าทุกฝ่ายจะต้องมีความระมัดระวัง และดูแลปัญหาดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะต่อกรณีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลับเข้าไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ คือจะต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทย
นอกจากนั้น ที่ประชุมศบค. ยังได้ประเมินแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยถึงวันที่ 15 เม.ย.นี้ โดยภาคประชาชนร่วมมือในการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) 80 % จะมีผู้ป่วยสะสมจำนวน 7, 745 ราย แต่หากประชาชน ร่วมมือในการเว้นระยะห่าง เพียง 50 % จะมีผู้ติดป่วยสะสม 17, 635 ราย และถ้าไม่มีมาตรการป้องกันจะทำให้มีผู้ป่วยสะสมถึง 25,225 ราย