" อาตมาทำโครงการสวดเผาศพนี้มาตั้งแต่ 15 ปีที่แล้วและทำเกี่ยวกับการเผาศพติดเชื้อมาโดยตลอด โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงโดยตลอด ซึ่งรู้ว่าเราควรจะปฏิบัติอย่างไร ซึ่งขอให้ท่านมีสำเนาบัตรประชาชน และมรณะบัตร ของผู้เสียชีวิตและบัตรประชาชนของญาติ ก็สามารถมาดำเนินการได้เลย ซึ่งวัดทุกวัดเป็นกิจที่จะต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่ต้องไปปรึกษากับสาธารณสุขให้ชัดเจน ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด โดยโยมที่มีปัญหาบิดาเพิ่มเสียชีวิตขอให้มาติดต่อได้เลยเราจัดการให้ ซึ่งหากเป็นศพอนาถา ก็มาฟรีได้เลย ซึ่งฟรีทั้งหมด ตั้งแต่โลงศพ ดอกไม้หน้าโลงศพ เครื่องไทยธรรม น้ำมันจุดเผาศพ ศาลา ซึ่งขอบอกว่าหากเตาว่างวัดไผ่ล้อมยินดีสงเคราะห์ให้กับประชาชนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎที่หน่วยงานรัฐออกมาแจ้งทั้งการรวมตัวการเข้าร่วมในพิธีการที่ต้องลดกระบวนการเพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย" หลวงพี่น้ำฝนกล่าว
ด้าน นายแพทย์นิติ แตงตาด แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลนครปฐม เผยว่าสำหรับกรณีที่วัด หรือเจ้าหน้าที่วัดวิตกเกี่ยวกับการจัดงานประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ซึ่งถ้ามีการรักษาที่โรงพยาบาล แล้วเสียชีวิตก็จะต้องมีการถูกบรรจุศพในถุงมาอย่างถูกต้อง ซึ่งสามารถไปดำเนินการ แต่ต้องไม่เปิดออกแล้วนำมารดน้ำศพก่อนจะมีการนำไปฌาปนกิจ ซึ่งทางโรงพยาบาลมีการบรรจุมาแล้วก็ถือว่าแน่นหนา และหากผ่านกระบวนการเผาไปแล้วส่วนกระดูกก็จะไม่มีเชื้อต่อไปเพราะผ่านอุณหภูมิที่มากจนเชื้อนั้นได้สลายไปแล้ว โดยในส่วนหลักการที่เหมาะสมคือ นำมาศพมาแล้วไม่แกะออกมาจากที่บรรจุศพ และไม่รดน้ำศพเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสทางอากาศ โดยควรลดจำนวนวันในการสวดพระอภิธรรม โดยที่สำคัญคือการไม่พยายามจะให้มีการมารวมตัวของคนหมู่มากที่จะมานั่งฟังการสวดในที่ปิดใกล้ชิดกัน เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางของการแพร่กระจายเชื้อของคนสู่คนด้วยกันเอง ซึ่งย้ำว่าวัดต่างๆสามารถดำเนินการได้โดยปกติแต่ต้องมีมาตรการที่บอกมาก็จะปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด
ปนิทัศน์ มามีสุข นส.ปณิดา มามีสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครปฐม