ทั้งนี้สถานการณ์ล่าสุด สธ.รายงานว่ายอดผู้เสียชีวิต โควิด -19 พุ่งสะสม 4 ราย ยอดรวมสูงกว่า 827 ราย ห่วงยอดผู้ป่วยใหม่ 4 รายเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ติดจากผู้ป่วยไม่แจ้งประวัติเสี่ยง ยืนยันศพไม่สามารถแพร่เชื้อได้ ฌาปณกิจได้ตามปกติ
โดยก่อนหน้านี่ได้มีรายงานว่าหลังประชุมคณะรัฐมนตรี รัฐบาลเตรียมประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขั้นที่สูงขึ้น โดยจะมีมาตรการห้ามเดินทางข้ามจังหวัด โดยมาตรการห้ามรวมตัวกันทำกิจกรรมทุกประเภท และอาจมีมาตรการห้ามออกจากบ้านในเวลาที่กำหนด หรือที่เรียกว่า "เคอร์ฟิว" ด้วย โดยจะใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ "พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ"
มีรายงานว่า ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ขออนุมัติจากที่ประชุมเพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ "พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ" เพื่อใช้มาตรการพิเศษตามกฎหมาย ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น เคอร์ฟิว, ควบคุมการคมนาคม เป็นต้น
และล่าสุด เวลา 14:00 น. ได้แถลงการณณ์ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เริ่มใช้ 26 มีนาคม 2563 นี้
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.เห็นชอบการใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจะเริ่มประกาศวันที่ 26 มี.ค.นี้ พร้อมยกระดับศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เป็นศูนย์ฉุกเฉิน แบบ ศอฉ.
พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า สำหรับ ศอฉ. โควิด-19 จะมีการประชุมทุกวันในเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยหลังจากนี้จะมีการประกาศต่างๆออกมา โดยแต่ละหน่วยงานจะเสนอมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้ตนเองอนุมัติ เมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ก็จะมีการจัดตั้งผู้รับผิดชอบแต่ละกลุ่มงาน โดยสามารถออกข้อกำหนดต่างๆได้ตลอดเวลา ทุกวัน อย่างไรก็ตาม ในระยะที่ 1 ที่จะประกาศออกไปคือการขอความร่วมมือ เพื่อลดการแพร่เชื้อ ขอความร่วมมือลดการเดินทาง ทั้งนี้ เมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว ขอให้ระมัดระวังการใช้สื่อโซเชียลที่อาจจะขัดกับกฎหมายด้วย
----