เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิจัย ชี้ "เลือดกรุ๊ป A" เสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่ากรุ๊ปอื่น

19 มี.ค. 2563 | jirasin_yin

นักวิจัย ชี้ "เลือดกรุ๊ป A" เสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่ากรุ๊ปอื่น

ตอนนี้มีบทวิจัยหลายชิ้นที่มีการวิจัยกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" เผยแพร่ออกมา อย่างกรณีกรุ๊ปเลือด ก็เป็นอีกหนึ่งกรณีที่นักวิจัย นำมาศึกษาวิเคราะห์ โดยเฉพาะประชาชนชาวเมือง อู่ฮั่น ซึ่งเป็นต้นตอของแพร่เชื้อ โควิด-19 และพบว่า คน "เลือดกรุ๊ป A" เสี่ยงติด "โควิด-19" มากกว่าเลือดกรุ๊ปอื่น

โดย เว็บไซด์ เซาท์ไชน่ามอนิ่งโพสต์ ได้เผยแพร่ข้อมูลระบุว่า การศึกษาของนักวิจัยครั้งนี้ เป็นการอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 รายที่พบเชื้อไวรัส โควิด-19"ในเมืองอู่ฮั่น และเซินเจิ้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มประชากรท้องถิ่น ที่มีสุขภาพดี พบว่า คนเลือดกรุ๊ป A มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิดสูงกว่า เลือดกรุ๊ปอื่นๆ ขณะที่คนเลือดกรุ๊ป O มีความเสี่ยงติดเชื้อต่ำกว่า

นักวิจัย ชี้ "เลือดกรุ๊ป A" เสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่ากรุ๊ปอื่น



หวัง ซิงหวง หัวหน้าทีมวิจัยจาก ศูนย์เวชศาสตรปริวรรตและเวชปฏิบัติอิงหลักฐาน โรงพยาบาลจงหนาน มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น ได้เปิดเผยถึงข้อค้นพบในรายงานวิจัยของพวกเขา ว่า "คนเลือดกรุ๊ป A อาจต้องการการป้องกันที่แข็งแรงกว่านี้ เพื่อลดโอกาสในการติดเชื้อ"เพราะจากข้อมูลผู้ป่วย "โควิด-19" จำนวน 206 ราย ที่เสียชีวิตในเมืองอู่ฮั่น 85 คนเป็นคน "เลือดกรุ๊ป A" ซึ่งคิดเป็นกว่า 63 % เมื่อเทียบกับผู้ป่วย "เลือดกรุ๊ปโอ" ที่มีเพียง 52 ราย ซึ่งกระจายอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีเพศ และอายุที่แตกต่างกัน 

โดยการผลการวิจัยนี่ เป็นเพียงการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น เพราะ ยังมีความเห็นแย้งในกลุ่มนักวิจัยด้วยกัน โดยนักวิจัย เกียวกับห้องปฏิบัติการหลักของโลหิตวิทยาทดลองใน เทียนจิน ระบุว่า  ถึงแม้ว่ากลุ่มตัวอย่าง 2,000 คนจะถือเป็นปริมาณที่เยอะพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่ติดเชื้อ "โควิด-19" ในปัจจุบันซึ่งมีมากกว่า 180,000 รายทั่วโลกนั้นก็ถือว่าเล็กมาก ซึ่งต้องขยายกลุ่มตัวอย่างวิจัยให้ใหญ่ขึ้น

นักวิจัย ชี้ "เลือดกรุ๊ป A" เสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่ากรุ๊ปอื่น


ส่วน นักวิทยาศาสตร์ เองก็ยังไม่แน่ใจว่า กรุ๊ปเลือดต่างกัน จะมีผลกับโรคมากน้อยขนาดไหน เพราะยังต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้น หรือการกระจายตัวของกลุ่มประชากร ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้มีการศึกษา ความแตกต่างของกรุ๊ปเลือดในโรคติดเชื้ออื่น ๆ อาทิ ไวรัสตับอักเสบบี หรือ โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Sars)อยู่

ข่าวล่าสุด