เนชั่นทีวี

ข่าว

"สาธิต" เล็งหาโรงแรมเก่า เป็นที่กักตัว-รักษาผู้ป่วย "โควิด-19"

17 มี.ค. 2563 | anchalee_ari

"สาธิต" เล็งหาโรงแรมเก่า เป็นที่กักตัว-รักษาผู้ป่วย "โควิด-19"

สาธิต เล็งหาโรงเเรมเก่า เป็นที่กักตัว-รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 หากอนาคตโรงพยาบาลรับไม่ไหว ขอก้าวข้ามคนต่อต้านในพื้นที่ เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ พร้อมแจงตามหลักการ เจ้าหน้าที่จะไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ติดเชื้อ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมมาตรการรับมือผู้ติดเชื้อโควิด-19 หากมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ว่า เดิมหากมีผู้ไปตรวจพบเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลเอกชนจะส่งต่อผู้นั้นมารักษาที่โรงพยาบาลรัฐ หากเป็นจำนวนน้อย แต่ถ้าในอนาคตมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ห้องผู้ป่วยหนักจะไม่เพียงพอ เบื้องต้นได้ขอความร่วมมือให้ทุกโรงพยาบาลรับและรักษาผู้ติดเชื้อไว้ โดยต้องรักษาให้หาย และจากนี้จำเป็นต้องหาพื้นที่ที่สามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้มากขึ้น จัดพื้นที่ให้เว้นระยะห่าง พร้อมเตรียมบุคลากรให้พร้อม รวมถึงหน้ากากอนามัย เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับทุกฝ่าย ซึ่งอาจจะต้องใช้สนามกีฬา หรือพื้นที่ทหาร เพื่อเป็นโรงพยาบาลสนาม ในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากโดยพรุ่งนี้จะประชุมคณะทำงานเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว คาดรองรับได้ 10,000 เตียงส่วนกรณีผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรง ได้เตรียมหาโรงแรมเก่าในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลไว้รองรับ โดยจะติดต่อไปยังโรงแรมที่ไม่ค่อยมีผู้มาพัก หรือหากผู้ประกอบการคนใดพร้อมให้ความร่วมมือ ก็ติดต่อตนหรือกระทรวงสาธารณสุขได้ทันทีเบื้องต้นหาไว้ได้เเล้ว 1,000 ห้อง 5 สถานที่รอบ กทม. และเล็งหาอีก 2,000 ห้อง เมื่อได้เเล้วจะขอเบิกงบกลางมาใช้จ่ายในส่วนนี้ทั้งนี้การควบคุมการติดเชื้อไม่ให้ก้าวกระโดดก็สามารถทำได้ แต่ถ้ามาตรการเข้มข้น แล้วไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน ก็ไม่สามารถทำสำเร็จ ขณะเดียวกันยอมรับว่า การจัดหาพื้นที่อื่นเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อไปกักตัว หรือรักษาอาการ ย่อมถูกกระเเสต่อต้านจากคนในพื้นที่ใกล้เคียง เหมือนกรณีที่อาคารรับรองสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แต่ตนขอก้าวข้ามเรื่องนี้ไป เพราะถึงอย่างไรก็เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ

นายสาธิต ยังบอกด้วยว่า การนำผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่สงสัยว่าเข้าข่ายมากักัตัวหรือทำการรักษา ดีกว่าปล่อยให้คนเหล่านี้มุดลงดิน เพราะผลที่กลับมาจะแย่ลง ก็ต้องทำความเข้าใจ เพราะเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกคนต้องช่วยกัน พร้อมขอสื่อมวลชนช่วยกันประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจเมื่อถามว่า ค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 มีราคาสูง มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนส่วนนี้ นายสาธิต บอกว่า การตรวจในส่วนของโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ 1,500-2,000 บาท ยาบาลเอกชนได้เรียนมาประชุมและขอความร่วมมือในการลดราคาลงมา แต่ก็เข้าใจว่าแต่ละโรงพยาบาลมีเรื่องของแบรนด์ ราคาความเชื่อ และค่าอุปกรณ์ที่เเตกต่างกันไปตามต้นทุนดังนั้นจึงไม่สามารถบังคับได้ แต่ก็ขอความร่วมมือให้อยู่ในราคาที่ไม่เกิน 5,000 บาท แต่ก็อยู่ที่ทางโรงพยาบาลจะพิจารณานายสาธิต ยังยืนยันด้วยว่า ขณะนี้ไม่มีการปิดเมือง หรือปิดกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้คนสัญจรไปมาแต่อย่างใด แต่มาตรการจะเข้ม โดยเฉพาะจุดที่มีคนมารวมกันมากๆ จะปิดเป็นการชั่วคราวซึ่งรวมถึงสถานบันเทิง ผับ และร้านอาหาร

โดยจะเริ่มทำการปิดตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้ เป็นเวลา 14 วันทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อครบ 14 วันแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการควบคุมโรคแต่ละจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาต่อไป ส่วนร้านทั่วไป ไม่ได้ให้ปิด แต่ต้องมีมาตรการป้องกันตามหลักของ กรมอนามัยสำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ และอุทัยธานี ที่มีข่าวว่าปิดจังหวัดนั้น มองว่าในหลักความจริงไม่ใช่การปิด แต่น่าจะเป็นการสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจมาตรการของจังหวัดที่ดำเนินการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดง่ายขึ้น โดยจะเข้มข้นการคัดกรองผู้คนที่เดินทางเข้า-ออกจังหวัด
ซึ่งที่ประชุม ครม.มีการพูดชัดเจนว่าไม่ใช่การปิดจังหวัดสำหรับการประกาศตัวเองของ นายแมทธิว ดีน ว่าติดเชื้อโควิด-19 นั้น นายสาธิต บอกว่า โดยหลักการ เมื่อผู้ป่วยเข้ามาในระบบของกระทรวงสาธารณสุข จะได้รับการโพรเทค (ป้องกัน) และสืบหาผู้ที่สัมผัสใกล้ชิด เพื่อตรวจต่อไปว่าติดเชื้อด้วยหรือไม่ ซึ่งผู้ป่วยที่ผ่านมาก็ไม่มีใครโพสต์เปิดเผยตัวเอง เนื่องจากมีพระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ 2558 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ต้องปิดชื่อไว้เป็นความลับ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเปิดเผยชื่อ ดังนั้นการเปิดเผยตัวเองของ นายแมททิว เป็นสิทธิส่วนบุคคล เพื่อให้ความรู้ประชาชน แต่ก็เกิดคำถามตามมาอีกหลายช่องทาง

ข่าวล่าสุด