"ผมจะช่วยแหม่มเอง ถ้าแหม่มโดนฟ้อง... คนดีต้องได้รับการคุ้มครอง ชีวิตผมก็เคยโดนกลั่นแกล้ง..เข้าใจดี#saveแหม่ม"
โดยผู้สื่อข่าวคมชัดลึก ได้สอบถาม นายสามารถ ถึงโพสต์ดังกล่าว โดยนายสามารถ เผยว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของ "เพจแหม่มโพธิ์ดำ" เพราะทำเพื่อประชาชนและสังคม แต่กลับถูกบุคคลหนึ่งมาฟ้องเอาผิด แทนที่จะไปไล่ตรวจสอบผู้กักตุนหน้ากากอนามัย ตนมั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังยืนยันว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจน้ำดี และไม่เคยใช้ให้ใครไปกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน หากเพจดังกล่าวโดนฟ้องตนจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ เพราะเพจดีๆต้องได้รับการคุ้มครองตามกระบวนการยุติธรรม หลักนิติธรรมต้องปกป้องคนดี คนสุจริตอยู่แล้ว โดยทางกระทรวงยุติธรรมมีกองทุนยุติธรรมพร้อมจะช่วยเหลือ ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังเน้นย้ำเสมอว่า ให้เน้นยุติธรรมเชิงรุก สร้างสุขให้ประชาชน
"ผมขอให้แอดมินเพจแหม่มโพธิ์ดำสบายใจได้ อย่าท้อถอยเสียกำลังใจ เพราะประเทศไทยยังต้องการคนกล้าที่จะออกมาปกป้องผู้อื่นหรือเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง โดยยังมีประชาชนอีกจำนวนมากพร้อมจะเคียงข้างเพจในการต่อสู้ทำเพื่อส่วนรวม" นายสามารถกล่าวนายสามารถ กล่าวอีกว่า ตนขอชี้แจงในฐานะสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์ของพรรค พปชร. โดยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นนายทะเบียนพรรค พปชร. ได้ออกมาชี้แจงว่า นายสนธิญา สวัสดี ไม่ใช่สมาชิกพรรค พปชร. และไม่มีการมอบหมายให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าว ตนได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเดิม นายสนธิญา เคยลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พื้นที่ จ.สมุทรสาคร เขต 1 และได้คะแนนลำดับที่ 8 โดยมีคะแนน 602 คะแนน ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับพรรค พปชร. อย่างแน่นอน รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ย้ำเสมอว่า ให้สมาชิกและ ส.ส.พรรค พปชร. ทำงานเพื่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน แก้ปัญหาความเดือดร้อนทุกมิติข้อมูลต้นฉบับ