จากกรณีที่ วันนี้ (9 มีนาคม 2563) นายพิตตินันท์ รักเอียด คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) ชี้แจงภายหลังถูกพาดพิงมีส่วนร่วมกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูง ว่าในเบื้องต้นตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ที่สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จ.สุราษฎรธานี ใน 2 ข้อหา คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และการกักตุนสินค้า ส่วนการแอบอ้างชื่อตนนั้นให้ทนายความดำเนินการในขั้นต่อไป ย้ำต้องดำเนินการให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากทำให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งตนและเจ้านาย ร้อยเอกธรรมนัส
จากนั้น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏข่าวจากการเผยแพร่ของเพจแหม่มโพธิ์ดำว่า คนสนิทผู้ติดตามของตนเองได้กักตุนหน้ากากอนามัยจำนวน 200 ล้านชิ้น เพื่อขายต่อให้กับนายทุนจีนและผู้อื่นนั้น ขอชี้แจงว่าจากการตรวจสอบพบว่าผู้กักตุนและขายหน้าหากอนามัยคือนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศวัชรี ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับตนเอง ส่วนนายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งเป็นคณะทำงานของตนเองนั้น ยืนยันว่าได้ไปพบกับนายศรสุวีร์ ตามคำแนะนำของเพื่อนเพื่อพูดคุยเรื่องหน้ากากอนามัยจริง โดยได้ไปพบกันที่โรงแรมแมริออท ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้มีการซื้อขายหน้ากากอนามัยกันและไม่เคยรู้จักกันกับนายศรสุวีร์มาก่อนโดยเป็นการพบกันครั้งแรก เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้ ได้ขอให้นายพิตตินันท์ไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ในความผิดฐานกักตุนหน้ากากอนามัยและขายสินค้าเกินราคาและในความผิดที่ถูกนายศรสุวีร์แอบอ้างนำข้อความไปโพสต์ดังกล่าว
ล่าสุด นายศรสุวีร์ ภู่รวีนะศวัชรี หรือ บอย ยืนยันว่าไม่ใช่ผู้กักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น เป็นเพียงพ่อค้าขายของออนไลน์ ข่าวในโซเชียลที่ปรากฎแรงไป ไม่ความสนิทสนม นายพินิตนันต์ รักเอียด ผู้ช่วย รมช.เกษตรและสหกรณ์ มาก่อน เคยเจอกันครั้งเดียว หน้ากากในคลังไม่รู้ของใคร แค่อยากโชว์ออฟว่าเจอหน้ากากเฉยๆ ฝากขอโทษพี่น้องประชาชน
พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 คุมตัวออกไปจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค2อ้างว่าจะพาไปเข้าห้องน้ำ