วันนี้ (4 มี.ค.63) ที่ รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายแพทย์กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.รพ.ท่าศาลา เปิดเผยผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (3 มี.ค.63) ได้เกิดกระแสข่าวลือออกมาหนักมากว่า มีคนติดเชื้อโควิท 19 และเข้ามารักษาตัวอยู่ที่ รพ.ท่าศาลา นั้น ข่าวนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ตนเชื่อว่าทุก รพ.ในประเทศไทย คงจะมีการเข้าไปขอคำแนะนำและปรึกษาโดยเฉพาะคนที่กลับมาจากกลุ่มประเทศเสี่ยงว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร
ซึ่งที่ รพ.ท่าศาลา เองก็มีประชาชนที่เดินทางกลับมาจากกลุ่มประเทศเสี่ยงเข้ามาขอคำแนะนำโดยเราก็ได้แนะนำไปว่าให้อยู่บ้านเป็นเวลา 14 วันถ้ามีอาการป่วยก็รีบมาหาแพทย์ มาขอคำแนะนำที่ รพ.ท่าศาลา ทั้งหมด 10 กว่าคน และที่ติดตามผลทั้ง 10 กว่าคนนี้ก็ไม่มีอาการป่วยใดๆ และเมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 ที่ผ่านมาได้มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกลับมาจาก อิหร่านมาปรึกษาที่ รพ.เช่นกัน ก็ได้ให้คำแนะนำไปตามหลักของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งผ่านไป 4 วันแล้วเค้าก็ยังปกติไม่มีอาการใดๆ
"ซึ่งต้นตอของข่าวลือน่าจะมาจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีคนไข้รายหนึ่งเป็นปอดบวมจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เอและเสียชีวิตซึ่งไม่ได้เกี่ยวของกับโรคโควิท-19 แต่อย่างใด"
นายแพทย์กิตติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการคัดกรองนั้นเราก็ปฏิบัติตามหลักกระทรวงสาธารณสุขทุกอย่าง ตรงนี้สำคัญมากเพราะเราไม่รู้ว่าคนไข้คนไหนที่เดินทางไปกลุ่มประเทศเสี่ยงแต่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายว่า ตอนนี้ให้ทำการคัดแยกผู้ป่วยที่มีอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันให้แยกออกไปในโซนพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่พลุกพล่านไม่นำมาปะปนกับคนไข้อื่น และจะมีการซักประวัติอย่างละเอียดสอบถามที่มาที่ไปทั้งหมด