เนชั่นทีวี

ข่าว

รับมือพิษไวรัสโควิด-19 ตลาดจีนซม ห่วงเกษตรกร เจอทั้งภัยแล้ง โรคร้ายซ้ำ ไร้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

04 มี.ค. 2563 | tanpisit_ler

รับมือพิษไวรัสโควิด-19 ตลาดจีนซม ห่วงเกษตรกร เจอทั้งภัยแล้ง โรคร้ายซ้ำ ไร้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

รมช.มนัญญา ชงของบกลางกว่า 414 ล้านบาท เร่งกระจายผลไม้จากแหล่งผลิต ดึงผลไม้ออกจากตลาด ป้องพ่อค้าคนกลางกดราคา ใช้กลไกสหกรณ์เต็มรูปแบบ ล็อตแรก 8 หมื่นตัน รับมือพิษไวรัสโควิด-19 ตลาดจีนซมไข้โรคระบาด ห่วงเกษตรกร เจอทั้งภัยแล้ง โรคร้ายซ้ำ ไร้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวภายหลังประชุมร่วมกับนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงษ์ ที่ปรึกษารมช.เกษตรฯ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และนายศุภฤกษ์ เอี่ยมละออ ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรรม(อตก.)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงมาตรการรองรับผลกระทบโรคไวรัสโควิด -19 เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้ ในโครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรเพื่อรองรับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19

นางสาว มนัญญา กล่าวว่าขณะนี้เป็นที่ทราบว่า ยังไม่มีการรับออเดอร์ หรือคำสั่งซื้อผลไม้ ยังไม่มีตลาดต่างประเทศ ยื่นความจำนงค์เข้ามา ทำให้ขาดช่วง ต้องเร่งวางแผนทำอย่างไรระบายสินค้าออกไปจากพื้นที่ที่เกิดปัญหาไม่มีตลาดรองรับการส่งออก โดยมีนโยบายรองรับผลไม้ออกช่วงแรก 8หมื่นตัน เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย เป็นการขับเคลื่อนกลไกของตลาด เพื่อไม่ทำให้เกษตรกรถูกกดราคา จะใช้สหกรณ์ 90 แห่ง เป็นผู้รวบรวมสินค้าจากเกษตรกร และกระจายสินค้าไปยัง 824อำเภอทั่วประเทศ และ มีสหกรณ์เกือบ 900 แห่งเป็นปลายทางในการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคระดับตำบล หมู่บ้าน ซึ่งจะทำเอ็มโอยูร่วมกันวันที่9 มี.ค.นี้ ที่จ.จันทบุรี พร้อมกับร่วมประชุมกับทุกภาคส่วนและเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ

"สหกรณ์ ผู้รวบรวมสินค้า 90 แห่ง มาตรการนี้ทำไว้เรียบร้อยแล้ว มีระดับอำเภอ 824 สหกรณ์รับกระจายสินค้า เตรียมของบกลางประมาณ 414.20 ล้านบาท ใช้ในการขนส่ง การบริหารจัดการ บรรจุภัณฑ์ จะทำในระบบสหกรณ์ ทั้งหมด ทุกอย่างต้องโปร่งใส โดยมีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เข้ามาร่วมตรวจสอบทุกอย่าง อย่างไรก็ตามถ้าตลาดผลไม้ เดินไปได้เอง ชาวสวนไม่ถูกกดราคา ไม่ต้องกระตุ้นแทรกแซง ยังไม่ใช้งบนี้ ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นการซื้อขายผลไม้ จะเสนอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯเพื่อนำเรื่องเสนอครม. ให้นายกรัฐมนตรี พิจารณา ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาโดยเฉพาะทุเรียนมีระยะเวลาสุก ทำให้เกิดปัญหาคุณภาพ ดิฉันห่วงทุเรียนมาก ถ้าไม่ทำการกระตุ้นตลาด ไม่อยากให้ชาวสวนมาเดือดร้อนซ้ำอีกหลังจาก เจอภัยแล้งแล้ว ทั้งหมดจะขับเคลื่อนโดยสหกรณ์ในครั้งนี้การกระจายผลไม้ค่อนข้างสมบูรณ์ และเป็นความห่วงใย หากไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามา มาตรการนี้จะช่วยราคาสินค้าให้เกษตรกร ได้รับผลประโยชน์ ได้ราคาดีขึ้น ซับพอร์ตเกษตรกรได้จริงๆ กระจายสู่ตำบล หมู่บ้าน ให้ทุกคนได้บริโภคผลไม้คุณภาพ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง"น.ส.มนัญญา กล่าว 

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่าคาดการณ์ผลไม้ ที่จะออกมาปีนี้กว่า 3ล้านตัน เป็นผลไม้ 5ชนิด แต่ที่ส่งออกมี 3 ชนิด ทุเรียน มังคุด ลำไย มีสัดส่วน 80% จะให้สหกรณ์ต้นทาง รวบรวมผลไม้ 90 สหกรณ์ ร่วมกับสหกรณ์กระจายสินค้า 120 แห่ง และสหกรณ์ระดับอำเภอ 824 แห่ง จะบริหารจัดการทุกชนิดผลไม้ ตามห้วงเวลา โดยคาดว่าช่วงเดือนเม.ย.จะออกมา ปริมาณ 3แสนกว่าตัน หากสถานการณ์ยังมีโรคระบาด ผู้ซื้อชะลอการซื้อ จะใช้กลไกนี้ดึงผลไม้ออกจากตลาดกระจายไปทั่วประเทศ ถ้ารอผู้ประกอบการ พ่อค้าคนกลางซื้อ เกษตรกรอาจโดนกดราคา 

สำหรับการกระจายผลไม้ เจาะทุกอำเภอ ไปลง 824 อำเภอ ซึ่งบกลาง 414.20 ล้านบาท จะเป็นค่าขนส่ง2 บาทต่อกก. เป็นงบ 160ล้านบาท ค่าบริหารจัดการ1บาทต่อกก.เป็นงบ80ล้านบาท ค่าบริหารจัดการของสหกรณ์ปลายทาง 0.50 บาทต่อกก. ได้ชดเชยค่าบริหารจัดการกระจาสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค 40 ล้านบาท จัดกิจกรรมกระตุ้นการตลาดรณรงค์บริโภคผลไม้ ระดับอำเภอ จุดละ 5หมื่นบาท รวม824 อำเภอ ในทุกจังหวัด เป็นเงิน 41.20 ล้านบาท ระดับจังหวัด จุดละ 5แสนบาท จำนวน 16 แห่ง จำนวน8ล้านบาท รวม2 ระดับ 48.20 ล้านบาท ค่าบรรจุภัณฑ์ 2.40 บาทต่อกก. 3.5 ล้านใบ เป็นงบ 85 ล้านบาท ผลผลิตเป้าหมายกระจายผลไม้ 8 หมื่นตัน ช่วงเดือนเม.ย.ถึงเดือนก.ย.63 ซึ่งรัฐช่วยค่าขนส่ง ให้สหกรณ์ต้นทาง จะกระจายได้รวดเร็ว การช่วยเรื่องบรรจุภัณฑ์ ตะกร้า/กล่อง บรรจุผลไม้ ช่วยบริหารจัดการปลายทาง ลดความสูญเสีย ในภาวะตลาดตาย คาดหวังว่าตลาดเดินไปได้ ก็หยุด โดยผลผลิตออกมากเดือน เม.ย. 2แสนกว่าตัน สหกรณ์รองรับไป30% ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผลผลิตทุเรียน 7-8แสนตันต่อปี บริโภคในประเทศ 2.5แสนตัน 

นายฉกรรจ์ กล่าวว่าผลไม้ทั้งประเทศ 5 ชนิด มีผลผลิตต่อปี 3.072ตัน โดยส่งออกจีน 1.324ตัน เป็น ทุเรียน มังคุด ลำไย และส่งออกเวียดนาม ร้อยละ46 ฮ่องกง ร้อยละ 7-8 ซึ่งได้รับผลกระทบจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19ดังนั้นประโยชน์จากโครงการนี้ ยกระดับราคาผลไม้และปรับสมดุลผลไม้ให้เป็นไปตามกลไลตลาด สถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็งใช้เครือข่ายสหกรณ์เป็นต้นแบบกระจายผลผลิตสู่ตลาด ผู้บริโภคได้รับสินค้ามีคุณภาพจากแหล่งผลิตราคาเป็นธรรม ซึ่งการกระจายผลไม้ 8 หมื่นตันช่วยดึงปริมาณและราคาไม่ให้ส่งผลต่อตลาดผลไม้ในประเทศคิดเป็นมูลค่า 4,649.80ล้านบาท

ข่าวล่าสุด